ต้องยอมรับว่ายุคนี้ ผมม้านั้น เป็นผมทรงยอดฮิตของสาว ๆ ทั่วบ้านทั่วเมือง นอกจากการคอยจัดแต่งรูปทรงของผมหน้าม้าให้สวย เรียงเป็นระเบียบกิ๊บเก๋แล้ว อย่าปล่อยให้ผมหน้าม้ามันแผล็บ ติดหนึบเป็นแพด้วยล่ะ เพราะมันจะทำให้คุณหมดสวยไปได้โดยง่าย ขอแนะเทคนิคที่จะทำให้ผมม้าของคุณสลวย เงางามแต่ไม่มันติดหนึบตลอดวัน
วันพฤหัสบดีที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554
ผมหน้าม้า...ไร้มัน ควรทำอย่างไร?
ผมหน้าม้า...ไร้มัน (คู่หูเดินทาง)
ต้องยอมรับว่ายุคนี้ ผมม้านั้น เป็นผมทรงยอดฮิตของสาว ๆ ทั่วบ้านทั่วเมือง นอกจากการคอยจัดแต่งรูปทรงของผมหน้าม้าให้สวย เรียงเป็นระเบียบกิ๊บเก๋แล้ว อย่าปล่อยให้ผมหน้าม้ามันแผล็บ ติดหนึบเป็นแพด้วยล่ะ เพราะมันจะทำให้คุณหมดสวยไปได้โดยง่าย ขอแนะเทคนิคที่จะทำให้ผมม้าของคุณสลวย เงางามแต่ไม่มันติดหนึบตลอดวัน
ไม่ใช้คอนดิชันเนอร์กับผมหน้าม้า เอาไปบำรุงเฉพาะปลายผมก็พอแล้ว
เลือกใช้เครื่องสำอางสูตรปราศจากน้ำมัน ไม่ว่าจะเป็นครีมรองพื้น หรือแป้ง เพื่อไม่กระตุ้นให้ผิวสร้างน้ำมันส่วนเกินมากขึ้น
หากผมหน้าม้ากำลังเริ่มดูมัน อย่าไปแตะต้องมันบ่อย ๆ เพราะจะยิ่งทำให้ผมม้านั้นมันยิ่งขึ้น
ต้องยอมรับว่ายุคนี้ ผมม้านั้น เป็นผมทรงยอดฮิตของสาว ๆ ทั่วบ้านทั่วเมือง นอกจากการคอยจัดแต่งรูปทรงของผมหน้าม้าให้สวย เรียงเป็นระเบียบกิ๊บเก๋แล้ว อย่าปล่อยให้ผมหน้าม้ามันแผล็บ ติดหนึบเป็นแพด้วยล่ะ เพราะมันจะทำให้คุณหมดสวยไปได้โดยง่าย ขอแนะเทคนิคที่จะทำให้ผมม้าของคุณสลวย เงางามแต่ไม่มันติดหนึบตลอดวัน
นิสัยของเด็กแรกเกิด
5 นิสัยทำสมองลูกเลิฟไม่แล่น
5 นิสัยทำสมองลูกเลิฟไม่แล่น (M&C แม่และเด็ก)
แม้ว่าสมองมนุษย์จะวิเศษเพียงใด แต่ก็เป็นส่วนเปราะบางอ่อนไหวต่อสิ่งกระตุ้นต่างๆ ได้ง่าย ทั้งสารเคมี และกัมมันตภาพรังสีต่าง ๆ ที่เสมือนไม่มีตัวตน แต่ก็เป็นตัวการสำคัญทำลายสมองของลูกน้อยมาก ๆ ค่ะ จากคนที่เก่ง ๆ ตอนเด็กโตขึ้นมา กลับกลายเป็นผู้ใหญ่ที่ใช้สมองได้อย่างไม่มีประสิทธิภาพเอาซะเลย
อดนอน
การนอนดึกส่งผลกระทบต่อการทำงานของสมองมากๆ ค่ะ ซึ่งจากผลการศึกษาในวารสารเนเวอร์ นิวส์ไซแอนท์ โดยนักวิจัยแพทย์ฮาร์วาร์ดระบุว่า การนอนหลับไม่เพียงพอ ส่งผลกระทบต่อการทำงานของสมองส่วนฮิปโปแคมปัส อันเป็นสมองที่บันทึกความทรงจำใหม่ หลังพบจากการศึกษาว่า อาสาสมัครที่อดนอน ทำคะแนนในการทดสอบความจำดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเจน หลังจากได้นอนหลับที่เพียงพอ
อาหารเช้าสำคัญ
โดยปกติตื่นเช้ามา ร่างกายจะมีระดับน้ำตาลที่ต่ำ และยิ่งสมองของเด็กในวัยเรียนด้วยแล้ว เขาต้องการน้ำตาลป้อนให้สมองใช้ เมื่อร่างกายขาดน้ำตาล แถมร่างกายเด็ก ๆ เป็นกรดเพราะร่างกายต้องละลายไขมันออกมาใช้เป็นพลังงาน ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้สมองล้าอ่อนเพลีย ทำงานไม่เต็มที่ ด้วยเหตุนี้ อาหารเช้าที่ดี ควรประกอบด้วยอาหาร 3 กลุ่มคือ คาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน ผักผลไม้สด และโปรตีน จึงจะเป็นอาหารเช้าที่มีคุณภาพสำหรับสมอง และพลังงานในการเรียนค่ะ
มลพิษ
เรื่องเก่ามาเล่าใหม่ค่ะ สำหรับเจ้ามลพิษ ไม่ว่าจะทั้งเด็กหรือผู้ใหญ่ เพราะส่งผลทำให้ประสิทธิภาพของสมองลดลง คนส่วนใหญ่รู้ว่า เจ้าตะกั่วและปรอท มีผลทำร้ายสมองนั่นก็คือ IQ แม้จะปริมาณไม่มากก็ตาม เพราะถูกจัดเป็นสารเคมีควบคุม แต่ก็มีอีกสารควบคุมอีกกว่า 200 ชนิดที่ไม่ใช่สารควบคุม สารพิษและมลภาวะเหล่านี้ ต่างปะปนอยู่รอบๆ ตัวเราและลูกๆ ทั้งนั้น หนทางที่ดีก็ควรควรหลีกเลี่ยงให้มากที่สุดค่ะ
นอนคลุมโปง
ปกติหากไม่มีอาการกลัวผีแล้วล่ะก็ คงไม่ค่อยมีเด็กคนไหนนอนคลุมโปงสักเท่าไหร่ เพราะนอกจากจะร้อนแล้ว ยังหายใจไม่ออกอีกด้วย แต่ถ้าหากเจ้าตัวเล็กมีอาการชอบนอนคลุมโปงบ่อย ๆ แล้วล่ะก็ ไม่ดีแน่ เพราะปกติเมื่อเราหายใจออกก็จะเอาก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์ออกมาด้วย และเมื่อเกิดมีนิสัยแปลก ๆ ชอบนอนคลุมโปงด้วยแล้ว ลูกก็จะหายใจเอาก๊าซที่ว่าเข้าไปด้วย หากคลุมโปงนาน ๆ ด้วยแล้ว เป็นตัวการใหญ่เลยค่ะ ซึ่งทำลายประสิทธิภาพสมองเป็นอันมาก
คอมพิวเตอร์...อีกตัวการ
สมัยนี้ พ่อแม่หลาย ๆ คนอาจคิดว่า การเล่นคอมพิวเตอร์เร็ว ก็จะช่วยให้ลูกเรียนรู้ทักษะต่างๆ ได้รวดเร็วขึ้น แต่ ดร.เอริก ชิกแมน นักฟิลิกส์ชาวอังกฤษกล่าวว่า เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์จะทำร้ายสมองส่วนที่ยังพัฒนาไม่เต็มที่ของเด็ก โดยเป็นตัวการทำลายการพัฒนาทักษะกระบวนการรับรู้และความคิด ถ้าจะเริ่มใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยพัฒนาทักษะ ควรจะเริ่มเมื่อโตสักหน่อย อย่างน้อยอายุ 9 ขวบ ไปแล้วจะดีกว่า
แม้ว่าสมองมนุษย์จะวิเศษเพียงใด แต่ก็เป็นส่วนเปราะบางอ่อนไหวต่อสิ่งกระตุ้นต่างๆ ได้ง่าย ทั้งสารเคมี และกัมมันตภาพรังสีต่าง ๆ ที่เสมือนไม่มีตัวตน แต่ก็เป็นตัวการสำคัญทำลายสมองของลูกน้อยมาก ๆ ค่ะ จากคนที่เก่ง ๆ ตอนเด็กโตขึ้นมา กลับกลายเป็นผู้ใหญ่ที่ใช้สมองได้อย่างไม่มีประสิทธิภาพเอาซะเลย
การนอนดึกส่งผลกระทบต่อการทำงานของสมองมากๆ ค่ะ ซึ่งจากผลการศึกษาในวารสารเนเวอร์ นิวส์ไซแอนท์ โดยนักวิจัยแพทย์ฮาร์วาร์ดระบุว่า การนอนหลับไม่เพียงพอ ส่งผลกระทบต่อการทำงานของสมองส่วนฮิปโปแคมปัส อันเป็นสมองที่บันทึกความทรงจำใหม่ หลังพบจากการศึกษาว่า อาสาสมัครที่อดนอน ทำคะแนนในการทดสอบความจำดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเจน หลังจากได้นอนหลับที่เพียงพอ
โดยปกติตื่นเช้ามา ร่างกายจะมีระดับน้ำตาลที่ต่ำ และยิ่งสมองของเด็กในวัยเรียนด้วยแล้ว เขาต้องการน้ำตาลป้อนให้สมองใช้ เมื่อร่างกายขาดน้ำตาล แถมร่างกายเด็ก ๆ เป็นกรดเพราะร่างกายต้องละลายไขมันออกมาใช้เป็นพลังงาน ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้สมองล้าอ่อนเพลีย ทำงานไม่เต็มที่ ด้วยเหตุนี้ อาหารเช้าที่ดี ควรประกอบด้วยอาหาร 3 กลุ่มคือ คาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน ผักผลไม้สด และโปรตีน จึงจะเป็นอาหารเช้าที่มีคุณภาพสำหรับสมอง และพลังงานในการเรียนค่ะ
เรื่องเก่ามาเล่าใหม่ค่ะ สำหรับเจ้ามลพิษ ไม่ว่าจะทั้งเด็กหรือผู้ใหญ่ เพราะส่งผลทำให้ประสิทธิภาพของสมองลดลง คนส่วนใหญ่รู้ว่า เจ้าตะกั่วและปรอท มีผลทำร้ายสมองนั่นก็คือ IQ แม้จะปริมาณไม่มากก็ตาม เพราะถูกจัดเป็นสารเคมีควบคุม แต่ก็มีอีกสารควบคุมอีกกว่า 200 ชนิดที่ไม่ใช่สารควบคุม สารพิษและมลภาวะเหล่านี้ ต่างปะปนอยู่รอบๆ ตัวเราและลูกๆ ทั้งนั้น หนทางที่ดีก็ควรควรหลีกเลี่ยงให้มากที่สุดค่ะ
ปกติหากไม่มีอาการกลัวผีแล้วล่ะก็ คงไม่ค่อยมีเด็กคนไหนนอนคลุมโปงสักเท่าไหร่ เพราะนอกจากจะร้อนแล้ว ยังหายใจไม่ออกอีกด้วย แต่ถ้าหากเจ้าตัวเล็กมีอาการชอบนอนคลุมโปงบ่อย ๆ แล้วล่ะก็ ไม่ดีแน่ เพราะปกติเมื่อเราหายใจออกก็จะเอาก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์ออกมาด้วย และเมื่อเกิดมีนิสัยแปลก ๆ ชอบนอนคลุมโปงด้วยแล้ว ลูกก็จะหายใจเอาก๊าซที่ว่าเข้าไปด้วย หากคลุมโปงนาน ๆ ด้วยแล้ว เป็นตัวการใหญ่เลยค่ะ ซึ่งทำลายประสิทธิภาพสมองเป็นอันมาก
สมัยนี้ พ่อแม่หลาย ๆ คนอาจคิดว่า การเล่นคอมพิวเตอร์เร็ว ก็จะช่วยให้ลูกเรียนรู้ทักษะต่างๆ ได้รวดเร็วขึ้น แต่ ดร.เอริก ชิกแมน นักฟิลิกส์ชาวอังกฤษกล่าวว่า เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์จะทำร้ายสมองส่วนที่ยังพัฒนาไม่เต็มที่ของเด็ก โดยเป็นตัวการทำลายการพัฒนาทักษะกระบวนการรับรู้และความคิด ถ้าจะเริ่มใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยพัฒนาทักษะ ควรจะเริ่มเมื่อโตสักหน่อย อย่างน้อยอายุ 9 ขวบ ไปแล้วจะดีกว่า
หน้าใสๆๆๆๆๆ
เคล็ดลับหน้าใสปิ๊งแบบง่าย ๆ
I Y ให้หน้าใสปิ๊งด้วยน้ำแร่ (womanplus)
1. ดื่มน้ำแร่ทุกวัน ช่วยให้ผิวและใบหน้าสดใส
2. ใช้น้ำแร่เย็น ๆ ล้างหน้าเป็นประจำ ช่วยปรับสภาพผิว ให้ดูเป็นธรรมชาติ
3. ฉีดสเปรย์น้ำแร่ ให้ความชุ่มชื้น แก่ผิวหน้า ระหว่างวัน
4. ใช้น้ำผึ้งพอกที่หน้า ก็ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น แถมยังให้สารอาการแก่ผิวได้โดยตรงอีกด้วย
5. ใช้ครีมกันแดด ที่มีค่า SPF ไม่ต่ำกว่า 15 ก่อนออกจากบ้านทุกครั้ง
6. มอยส์เจอไรเซอร์ สำหรับสาวที่มีผิวไว และเกิดการระคายเคืองง่าย ควรเลือกชนิดที่ไม่มีส่วนผสมของกรดหรือน้ำหอม สังเกตได้บนฉลากของผลิตภัณฑ์จะเขียนคำว่า "Comedogenic" หมายถึงผลิตภัณฑ์นั้นจะไม่ทำให้รูขุมขนอุดตันนั่นเอง
1. ดื่มน้ำแร่ทุกวัน ช่วยให้ผิวและใบหน้าสดใส
2. ใช้น้ำแร่เย็น ๆ ล้างหน้าเป็นประจำ ช่วยปรับสภาพผิว ให้ดูเป็นธรรมชาติ
3. ฉีดสเปรย์น้ำแร่ ให้ความชุ่มชื้น แก่ผิวหน้า ระหว่างวัน
4. ใช้น้ำผึ้งพอกที่หน้า ก็ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น แถมยังให้สารอาการแก่ผิวได้โดยตรงอีกด้วย
5. ใช้ครีมกันแดด ที่มีค่า SPF ไม่ต่ำกว่า 15 ก่อนออกจากบ้านทุกครั้ง
6. มอยส์เจอไรเซอร์ สำหรับสาวที่มีผิวไว และเกิดการระคายเคืองง่าย ควรเลือกชนิดที่ไม่มีส่วนผสมของกรดหรือน้ำหอม สังเกตได้บนฉลากของผลิตภัณฑ์จะเขียนคำว่า "Comedogenic" หมายถึงผลิตภัณฑ์นั้นจะไม่ทำให้รูขุมขนอุดตันนั่นเอง
ดูแลผิวตอนกลางคืน
เคล็บลับหน้าสวยใส เพียงข้ามคืน
สวยง่าย ๆ เพียงข้ามคืน (ไทยโพสต์)
สาว ๆ ที่กำลังมีนัดสำคัญ โดยเฉพาะการนัดเดตกับหนุ่มหล่อในดวงใจ อาจทำให้กังวลเกี่ยวกับความหมองคล้ำบนใบหน้า และคิดหาวิธีที่จะทำให้ผิวหน้าสวยใสทันใจ แพทย์หญิงกานต์ชนก พานิช กรรมการผู้จัดการ กานต์ชนกคลินิก มีคำแนะนำง่าย ๆ ให้คุณสวยได้เพียงข้ามคืนมาฝาก ดังนี้…
ขั้นตอนที่ 1 ทำความสะอาดผิวหน้าและขัดผิว
หลังการทำความสะอาดผิวหน้าด้วยโฟมล้างหน้าตามปกติแล้ว ให้ขัดผิวหน้าด้วย สครับสูตรอ่อนโยนที่สุด โดยแต้ม 5 จุดบนใบหน้าขณะที่ใบหน้ายังหมาดๆ อยู่ ถูวนอย่างเบามือนานเพียงอึดใจแล้วล้างออกใสสะอาด (สครับช่วยผลัดเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพและความหมองคล้ำ ให้หลุดออกอย่างอ่อนโยน)
ขั้นตอนที่ 2 ทำความสะอาดล้ำลึก
การทำความสะอาดผิวหน้าอย่างล้ำลึกทำได้ง่าย ๆ ด้วยตัวเอง คือ อบไอน้ำ เพียงแค่นำน้ำเดือดมาวางไว้แล้วยื่นหน้าเข้าไปอังไว้จนไอน้ำหมด หรือบางคน อาจจะนำผ้าขนหนูเล็กๆ ชุบน้ำอุ่นแล้ววางโปะไว้บนใบหน้าทิ้งไว้ประมาณ 5 นาที (ถ้าผ้าเย็นก็เปลี่ยนผ้าอุ่นไปเรื่อย ๆ จนครบ 5 นาที)
สาว ๆ ที่กำลังมีนัดสำคัญ โดยเฉพาะการนัดเดตกับหนุ่มหล่อในดวงใจ อาจทำให้กังวลเกี่ยวกับความหมองคล้ำบนใบหน้า และคิดหาวิธีที่จะทำให้ผิวหน้าสวยใสทันใจ แพทย์หญิงกานต์ชนก พานิช กรรมการผู้จัดการ กานต์ชนกคลินิก มีคำแนะนำง่าย ๆ ให้คุณสวยได้เพียงข้ามคืนมาฝาก ดังนี้…
ขั้นตอนที่ 1 ทำความสะอาดผิวหน้าและขัดผิว
หลังการทำความสะอาดผิวหน้าด้วยโฟมล้างหน้าตามปกติแล้ว ให้ขัดผิวหน้าด้วย สครับสูตรอ่อนโยนที่สุด โดยแต้ม 5 จุดบนใบหน้าขณะที่ใบหน้ายังหมาดๆ อยู่ ถูวนอย่างเบามือนานเพียงอึดใจแล้วล้างออกใสสะอาด (สครับช่วยผลัดเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพและความหมองคล้ำ ให้หลุดออกอย่างอ่อนโยน)
ขั้นตอนที่ 2 ทำความสะอาดล้ำลึก
การทำความสะอาดผิวหน้าอย่างล้ำลึกทำได้ง่าย ๆ ด้วยตัวเอง คือ อบไอน้ำ เพียงแค่นำน้ำเดือดมาวางไว้แล้วยื่นหน้าเข้าไปอังไว้จนไอน้ำหมด หรือบางคน อาจจะนำผ้าขนหนูเล็กๆ ชุบน้ำอุ่นแล้ววางโปะไว้บนใบหน้าทิ้งไว้ประมาณ 5 นาที (ถ้าผ้าเย็นก็เปลี่ยนผ้าอุ่นไปเรื่อย ๆ จนครบ 5 นาที)
ขั้นตอนที่ 3 บำรุงล้ำลึก
การบำรุงผิวล้ำลึกด้วยการพอกหน้าหรือมาส์กหน้า เลือกผลิตภัณฑ์ที่ตัวเองชื่น ชอบ พอกหน้าทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที หลังจากอบไอน้ำแล้วในทันที เพราะผิวพร้อมรับการบำรุงอย่างเต็มที่ ตัวบำรุงสามารถแทรกซึมเข้าสู่ชั้นผิวได้อย่างง่ายดายขึ้น หลังพอกหน้าล้างให้สะอาดอีกครั้ง
ขั้นตอนที่ 4 บำรุงผิวสูตรสว่างใส
ทาครีมบำรุงผิวที่มีส่วนผสมของวิตามิน C หรือกรดผลไม้ AHA สูตรอ่อน ๆ ทาทิ้งไว้ทั้งคืน ให้ครีมเข้าไปบำรุงและผลักดันเซลล์ที่เสื่อมสภาพให้ออกไปได้ด้วย
ขั้นตอนที่ 5 เตรียมผิวรับสวย
หลังตื่นนอนล้างหน้าให้สะอาด ทาครีมบำรุงตามปกติ ที่สำคัญอย่าลืมทาครีมกันแดดด้วย เพื่อปกป้องผิวสวยจากรังสีร้าย UVA และ UVB สาเหตุความหมองคล้ำ
เพียงเท่านี้...คุณก็จะพบกับใบหน้านุ่มนวลสว่างใส พร้อมพบกับนัดและวันสำคัญได้แล้ว
เรื่องของผิวๆๆๆๆ
วิธีฟื้นฟูผิวหญิง (รักลูก)
เมื่อผิวสวยต้องเผชิญมลภาวะต่าง ๆ จนทำให้หมองคล้ำ วิธีฟื้นฟู เพื่อให้ผิวกลับมาสวยดังเดิมมีดังนี้ค่ะ
1. อาบน้ำด้วยน้ำเย็น ช่วยให้ผิวชุ่มชื้น ไม่แห้ง ผิวลอกน้อยลง ควรเลือกใช้สบู่ที่มีส่วนผสมของ moisturizer เพื่อให้ผิวชุ่มชื้นหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่ระคายเคืองต่อผิว จะช่วยให้ผิวนุ่มขึ้น
2. ดื่มน้ำเยอะ ๆ การดื่มน้ำเป็นการบำรุงผิวจากภายในสู่ภายนอกทำให้ผิวชุ่มชื้น ที่สำคัญยังช่วยรักษาอุณหภูมิภายในร่างกาย ช่วยให้ผิวสดชื่นอยู่เสมอ ถือเป็นจุดเริ่มต้นของกระบวนการดูแลผิวเลยล่ะค่ะ
3. ทาครีมกันแดด การทาครีมกันแดด สามารถช่วยปกป้องผิวจากการทำลายของแสงแดดได้ โดยเลือกที่มีส่วนผสมของ moisturizer สำหรับป้องกันผิวไหม้เกรียม เพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว
4. อย่าเกาหรือลอกผิว การเกา ข่วน ถูแรงๆ หรือการลอกผิวเป็นการทำลายผิว ทำให้ผิวติดเชื้อได้ง่าย นำไปสู่การเป็นแผลเป็น แต่ถ้าคุณทนไม่ไหวที่จะทำสิ่งเหล่านั้น ให้ใช้น้ำแข็งมาลูบเบา ๆ บริเวณนั้น จะช่วยลดอาการคันได้
5. การป้องกันผิวหนังพุพอง แน่นอนว่าจะต้องปิดผิวหนังที่พุพองด้วยผ้าก็อซ หรือผ้าพันแผล หรือใช้ครีมที่ป้องกันเชื้อโรคทาผิวหนัง พยายามอย่าสัมผัสผิวบริเวณนั้น เพราะจะทำให้เชื้อโรคแพร่กระจายไปยังผิวหนังบริเวณใกล้เคียง เป็นเหตุให้อาการหายช้าลง
6. กินยาบรรเทาความเจ็บปวด เพื่อลดการอักเสบ และช่วยบรรเทาอาการเจ็บปวดได้ และยังง่ายต่อการหลีกเลี่ยงการเกาแผลบริเวณนั้นด้วย
7. หลีกเลี่ยงการโดนแดด สภาพผิวที่ไหม้เกรียมหรือผิวแย่อยู่แล้ว เพราะจะไวต่อแสงแดดมากกว่าผิวสภาพดี จึงควรหลีกเสี่ยงไม่ให้โดนแดด จนกว่าผิวจะฟื้นฟูและกลับมามีสุขภาพดีอีกครั้ง
เมื่อผิวสวยต้องเผชิญมลภาวะต่าง ๆ จนทำให้หมองคล้ำ วิธีฟื้นฟู เพื่อให้ผิวกลับมาสวยดังเดิมมีดังนี้ค่ะ
1. อาบน้ำด้วยน้ำเย็น ช่วยให้ผิวชุ่มชื้น ไม่แห้ง ผิวลอกน้อยลง ควรเลือกใช้สบู่ที่มีส่วนผสมของ moisturizer เพื่อให้ผิวชุ่มชื้นหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่ระคายเคืองต่อผิว จะช่วยให้ผิวนุ่มขึ้น
2. ดื่มน้ำเยอะ ๆ การดื่มน้ำเป็นการบำรุงผิวจากภายในสู่ภายนอกทำให้ผิวชุ่มชื้น ที่สำคัญยังช่วยรักษาอุณหภูมิภายในร่างกาย ช่วยให้ผิวสดชื่นอยู่เสมอ ถือเป็นจุดเริ่มต้นของกระบวนการดูแลผิวเลยล่ะค่ะ
3. ทาครีมกันแดด การทาครีมกันแดด สามารถช่วยปกป้องผิวจากการทำลายของแสงแดดได้ โดยเลือกที่มีส่วนผสมของ moisturizer สำหรับป้องกันผิวไหม้เกรียม เพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว
4. อย่าเกาหรือลอกผิว การเกา ข่วน ถูแรงๆ หรือการลอกผิวเป็นการทำลายผิว ทำให้ผิวติดเชื้อได้ง่าย นำไปสู่การเป็นแผลเป็น แต่ถ้าคุณทนไม่ไหวที่จะทำสิ่งเหล่านั้น ให้ใช้น้ำแข็งมาลูบเบา ๆ บริเวณนั้น จะช่วยลดอาการคันได้
5. การป้องกันผิวหนังพุพอง แน่นอนว่าจะต้องปิดผิวหนังที่พุพองด้วยผ้าก็อซ หรือผ้าพันแผล หรือใช้ครีมที่ป้องกันเชื้อโรคทาผิวหนัง พยายามอย่าสัมผัสผิวบริเวณนั้น เพราะจะทำให้เชื้อโรคแพร่กระจายไปยังผิวหนังบริเวณใกล้เคียง เป็นเหตุให้อาการหายช้าลง
6. กินยาบรรเทาความเจ็บปวด เพื่อลดการอักเสบ และช่วยบรรเทาอาการเจ็บปวดได้ และยังง่ายต่อการหลีกเลี่ยงการเกาแผลบริเวณนั้นด้วย
7. หลีกเลี่ยงการโดนแดด สภาพผิวที่ไหม้เกรียมหรือผิวแย่อยู่แล้ว เพราะจะไวต่อแสงแดดมากกว่าผิวสภาพดี จึงควรหลีกเสี่ยงไม่ให้โดนแดด จนกว่าผิวจะฟื้นฟูและกลับมามีสุขภาพดีอีกครั้ง
ส่งท้ายหนาวนี้ที่...เชียงราย
ส่งท้ายหนาวนี้ที่...เชียงราย (คู่หูเดินทาง)
วันเวลาหมุนเวียนเปลี่ยนไป เผลอไม่เท่าไหร่ก็ผ่านปีใหม่มาแล้ว คุณได้เริ่มต้นทำอะไรใหม่ ๆ ในชีวิตกันบ้างหรือยัง เช่น หาความรู้ใหม่ ๆ เริ่มต้นงานใหม่(เก่า) กับความรู้สึกใหม่ ๆ หรือจะทำอะไรก็ได้ที่ทำให้คุณรู้สึกว่าชีวิตมีมุมมองที่ดีขึ้น แต่ถ้านึกไม่ออกว่าจะทำอะไรบางทีการได้นั่งคุยกับใครบางคน เพื่อแลกเปลี่ยนทัศนคติก็ทำให้เราได้เห็นอะไรในมุมมองใหม่ ๆ ได้เช่นกัน
คู่หูพาเที่ยวฉบับนี้จะพาคุณผู้อ่านไปเที่ยวที่จังหวัดเชียงรายกัน เพื่อเป็นการส่งท้ายหน้าหนาว (ที่ไม่ค่อยหนาวสักเท่าไร) กับจังหวัดที่อยู่เหนือสุดของประเทศไทย พร้อมกับพาคุณผู้อ่านไปรับไออุ่นแรกของตะวันที่ภูชี้ฟ้ากัน
"เชียงราย" เป็นจังหวัดที่นักท่องเที่ยวให้ความสนใจในช่วงหน้าหนาว เนื่องด้วยเชียงรายมีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจหลายแห่ง แต่ก่อนอื่นเราจะขอนำคุณผู้อ่านไปเที่ยวในตัวเมือง เพื่อกราบสักการะ "อนุสาวรีย์พ่อขุนเม็งรายมหาราช" แห่งแคว้นลานนา ผู้ก่อตั้งเมืองเชียงราย เมื่อปี พ.ศ.1805 อนุสาวรีย์ตั้งอยู่ที่ถนนห้าแยกพ่อขุนเม็งรายมหาราช ถนนเชียงราย-แม่จัน (ติดถนนซุปเปอร์ไฮเวย์) ในเขตเทศบาลนครเชียงราย อย่างโดดเด่นเป็นสง่า สามารถมากราบไหว้ได้ทั้งกลางวันและกลางคืน บางท่านอาจมากราบสักการะในช่วงกลางคืนและถือโอกาสปล่อยโคมยี่เป็ง เพื่อเสริมสิริมงคลให้ชีวิตรุ่งโรจน์สว่างไสว ดุจเปลวไฟในโคมยี่เป็งก็ได้
วันเวลาหมุนเวียนเปลี่ยนไป เผลอไม่เท่าไหร่ก็ผ่านปีใหม่มาแล้ว คุณได้เริ่มต้นทำอะไรใหม่ ๆ ในชีวิตกันบ้างหรือยัง เช่น หาความรู้ใหม่ ๆ เริ่มต้นงานใหม่(เก่า) กับความรู้สึกใหม่ ๆ หรือจะทำอะไรก็ได้ที่ทำให้คุณรู้สึกว่าชีวิตมีมุมมองที่ดีขึ้น แต่ถ้านึกไม่ออกว่าจะทำอะไรบางทีการได้นั่งคุยกับใครบางคน เพื่อแลกเปลี่ยนทัศนคติก็ทำให้เราได้เห็นอะไรในมุมมองใหม่ ๆ ได้เช่นกัน
คู่หูพาเที่ยวฉบับนี้จะพาคุณผู้อ่านไปเที่ยวที่จังหวัดเชียงรายกัน เพื่อเป็นการส่งท้ายหน้าหนาว (ที่ไม่ค่อยหนาวสักเท่าไร) กับจังหวัดที่อยู่เหนือสุดของประเทศไทย พร้อมกับพาคุณผู้อ่านไปรับไออุ่นแรกของตะวันที่ภูชี้ฟ้ากัน
"เชียงราย" เป็นจังหวัดที่นักท่องเที่ยวให้ความสนใจในช่วงหน้าหนาว เนื่องด้วยเชียงรายมีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจหลายแห่ง แต่ก่อนอื่นเราจะขอนำคุณผู้อ่านไปเที่ยวในตัวเมือง เพื่อกราบสักการะ "อนุสาวรีย์พ่อขุนเม็งรายมหาราช" แห่งแคว้นลานนา ผู้ก่อตั้งเมืองเชียงราย เมื่อปี พ.ศ.1805 อนุสาวรีย์ตั้งอยู่ที่ถนนห้าแยกพ่อขุนเม็งรายมหาราช ถนนเชียงราย-แม่จัน (ติดถนนซุปเปอร์ไฮเวย์) ในเขตเทศบาลนครเชียงราย อย่างโดดเด่นเป็นสง่า สามารถมากราบไหว้ได้ทั้งกลางวันและกลางคืน บางท่านอาจมากราบสักการะในช่วงกลางคืนและถือโอกาสปล่อยโคมยี่เป็ง เพื่อเสริมสิริมงคลให้ชีวิตรุ่งโรจน์สว่างไสว ดุจเปลวไฟในโคมยี่เป็งก็ได้
ถัดมาไม่ไกลนักจากอนุสาวรีย์ตรงสี่แยกถนนบรรพปราการ เราสามารถมาชม "หอนาฬิกาเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ครบรอบ 72 พรรษา" ที่ออกแบบโดย อาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ซึ่งถือว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวใหม่ใจกลางเมืองเลยก็ว่าได้ ตัวหอเป็นสีทองอร่ามสวยงามตามแบบฉบับของอาจารย์ฯ และเมื่อถึงเวลา 19.00 น., 20.00 น. และ 21.00 น. ของแต่ละวัน จะจัดให้มีการแสดงแสง สี เสียง จากตัวหอฯ โดยมีการเปิดไฟประดับสลับแสงสี พร้อมเปิดเพลงบรรเลงสไตล์ล้านนาและเพลงเชียงรายรำลึก เพื่อให้เขากับบรรยากาศ ซึ่งเป็นโชว์ที่ตระการตาและสร้างความประทับใจให้แก่นักท่องเที่ยว และผู้ที่มารอคอยชมเป็นอย่างยิ่ง การแสดงจะใช้เวลาประมาณ 10 นาทีต่อรอบ และจัดแสดงเพียง 3 รอบต่อวันเท่านั้น ต้องตรงต่อเวลากันหน่อยเพราะของดีเค้ามีน้อย!
หลังจากชมการแสดงของหอนาฬิกาฯ เสร็จก็ต่อด้วยการเดินช้อปปิ้งที่ "เชียงรายไนท์บาซ่าร์" ซึ่งตั้งอยู่ถนนพหลโยธิน บริเวณสถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดเชียงราย เป็นที่จำหน่ายของที่ระลึกฝีมือชาวเขาและชาวเชียงราย ทั้งเสื้อผ้า เครื่องประดับ กระเป๋าหลากแบบ ผลิตภัณฑ์พื้นเมือง ของตกแต่งบ้าน ฯลฯ ในราคาย่อมเยา นอกจากนี้ ยังมีร้านอาหารไว้คอยบริการนักท่องเที่ยว พร้อมชมการแสดงจากศิลปินพื้นบ้าน เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 18.30 - 23.00 น.
หลังจากชมการแสดงของหอนาฬิกาฯ เสร็จก็ต่อด้วยการเดินช้อปปิ้งที่ "เชียงรายไนท์บาซ่าร์" ซึ่งตั้งอยู่ถนนพหลโยธิน บริเวณสถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดเชียงราย เป็นที่จำหน่ายของที่ระลึกฝีมือชาวเขาและชาวเชียงราย ทั้งเสื้อผ้า เครื่องประดับ กระเป๋าหลากแบบ ผลิตภัณฑ์พื้นเมือง ของตกแต่งบ้าน ฯลฯ ในราคาย่อมเยา นอกจากนี้ ยังมีร้านอาหารไว้คอยบริการนักท่องเที่ยว พร้อมชมการแสดงจากศิลปินพื้นบ้าน เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 18.30 - 23.00 น.
สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ
วัดร่องขุ่น
เป็นวัดที่สร้างและออกแบบโดยอาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินที่มีชื่อเสียงของประเทศไทย สร้างขึ้นด้วยความศรัทธาและแรงมุ่งมั่น ที่จะรังสรรค์งานศิลปะที่งดงามและอ่อนช้อย ผสมผสานระหว่างพระพุทธศาสนากับวัฒนธรรมล้านนาอย่างกลมกลืน ลักษณะเด่นของวัดก็คือ การตกแต่งพระอุโบสถด้วยลวดลายปูนปั้นสีขาว และความแวววาวของกระจกสีเงิน ตามเจตนารมณ์ของอาจารย์ที่อยากให้วัดนี้เหมือนเมืองสวรรค์ เป็นวิมานบนดินที่มนุษย์โลกสามารถสัมผัสได้ ภายในโบสถ์ยังมีภาพจิตกรรมฝาผนังฝีมือของอาจารย์เอง ที่ออกจะดูสวยแปลกตาและร่วมสมัยมาก สามารถเที่ยวชมได้ตลอดทั้งปี เปิดให้เข้าชมเวลา 06.30 น.-18.00 น. กรุณาแต่งกายให้สุภาพ
สถานที่ตั้ง : อยู่ก่อนถึงตัวเมืองเชียงราย 13 กิโลเมตร ตรงหลักกิโลเมตรที่ 816 ถนนพหลโยธิน โทรศัพท์ 0-5367-3579
เป็นวัดที่สร้างและออกแบบโดยอาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินที่มีชื่อเสียงของประเทศไทย สร้างขึ้นด้วยความศรัทธาและแรงมุ่งมั่น ที่จะรังสรรค์งานศิลปะที่งดงามและอ่อนช้อย ผสมผสานระหว่างพระพุทธศาสนากับวัฒนธรรมล้านนาอย่างกลมกลืน ลักษณะเด่นของวัดก็คือ การตกแต่งพระอุโบสถด้วยลวดลายปูนปั้นสีขาว และความแวววาวของกระจกสีเงิน ตามเจตนารมณ์ของอาจารย์ที่อยากให้วัดนี้เหมือนเมืองสวรรค์ เป็นวิมานบนดินที่มนุษย์โลกสามารถสัมผัสได้ ภายในโบสถ์ยังมีภาพจิตกรรมฝาผนังฝีมือของอาจารย์เอง ที่ออกจะดูสวยแปลกตาและร่วมสมัยมาก สามารถเที่ยวชมได้ตลอดทั้งปี เปิดให้เข้าชมเวลา 06.30 น.-18.00 น. กรุณาแต่งกายให้สุภาพ
สถานที่ตั้ง : อยู่ก่อนถึงตัวเมืองเชียงราย 13 กิโลเมตร ตรงหลักกิโลเมตรที่ 816 ถนนพหลโยธิน โทรศัพท์ 0-5367-3579
พระธาตุดอยตุง
เป็นปูชนียสถานที่สำคัญที่สุดของจังหวัดเชียงราย ประดิษฐานอยู่บนยอดดอยตุง ตั้งอยู่ในวัดพระธาตุดอยตุง เป็นที่บรรจุพระรากขวัญเบื้องซ้าย (กระดูกไหปลาร้า) ของพระพุทธเจ้า ครั้นเมื่อ 1,000 กว่าปีมาแล้ว ได้มีการอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุนี้มาจากแดนไกล โดยได้ทำธงตะขาบ (ภาษาพื้นเมืองเรียกว่า ตุง) เพื่อบูชาพระมหาธาตุยาวถึงพันวา ปักไว้บนยอดดอย ถ้าหากปลายธงปลิวไปไกลถึงเมืองไหน ก็จะกำหนดจุดนั้นเป็นฐานพระสถูป เหตุนี้ดอยที่ประดิษฐานพระมหาธาตุจึงมีชื่อเรียกว่า "ดอยตุง"
องค์พระบรมธาตุเจดีย์ มีอยู่ด้วยกัน 2 องค์ องค์แรกบรรจุพระบรมธาตุส่วนไหปลาร้า และอีกองค์บรรจุพระธาตุย่อย พระธาตุดอยตุงแห่งนี้ยังถือเป็นพระธาตุประจำปีเกิดของคนปีกุน ที่นิยมมาสักการะเพื่อความเป็นสิริมงคลอีกด้วย และเมื่อถึงวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 จะมีพุทธศาสนิกชนทั้งชาวไทยและเพื่อนบ้านใกล้เคียง เดินทางขึ้นมาร่วมงานกราบนมัสการองค์พระธาตุเป็นประจำทุกปี
สถานที่ตั้ง : วัดพระธาตุดอยตุง อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย โทรศัพท์ 0-5376-7015-7
เป็นปูชนียสถานที่สำคัญที่สุดของจังหวัดเชียงราย ประดิษฐานอยู่บนยอดดอยตุง ตั้งอยู่ในวัดพระธาตุดอยตุง เป็นที่บรรจุพระรากขวัญเบื้องซ้าย (กระดูกไหปลาร้า) ของพระพุทธเจ้า ครั้นเมื่อ 1,000 กว่าปีมาแล้ว ได้มีการอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุนี้มาจากแดนไกล โดยได้ทำธงตะขาบ (ภาษาพื้นเมืองเรียกว่า ตุง) เพื่อบูชาพระมหาธาตุยาวถึงพันวา ปักไว้บนยอดดอย ถ้าหากปลายธงปลิวไปไกลถึงเมืองไหน ก็จะกำหนดจุดนั้นเป็นฐานพระสถูป เหตุนี้ดอยที่ประดิษฐานพระมหาธาตุจึงมีชื่อเรียกว่า "ดอยตุง"
องค์พระบรมธาตุเจดีย์ มีอยู่ด้วยกัน 2 องค์ องค์แรกบรรจุพระบรมธาตุส่วนไหปลาร้า และอีกองค์บรรจุพระธาตุย่อย พระธาตุดอยตุงแห่งนี้ยังถือเป็นพระธาตุประจำปีเกิดของคนปีกุน ที่นิยมมาสักการะเพื่อความเป็นสิริมงคลอีกด้วย และเมื่อถึงวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 จะมีพุทธศาสนิกชนทั้งชาวไทยและเพื่อนบ้านใกล้เคียง เดินทางขึ้นมาร่วมงานกราบนมัสการองค์พระธาตุเป็นประจำทุกปี
สถานที่ตั้ง : วัดพระธาตุดอยตุง อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย โทรศัพท์ 0-5376-7015-7
ท่องเที่ยว
สุดยอด 4 แหล่งท่องเที่ยว ภาคกลาง
1. วัดโสธรวรารามวรวิหาร ฉะเชิงเทรา
ฉะเชิงเทรา หรือ แปดริ้ว นามแปดริ้วแห่งลุ่มน้ำบางปะกง แสดงถึงความอุดมสมบูรณ์ของฉะเชิงเทราได้เป็นอย่างดี ด้วยความที่มีปลาช่อนขนาดใหญ่ชุกชุม ซึ่งสามารถแล่ได้ถึง 8 ริ้วด้วยกัน ฉะเชิงเทรา มีเรื่องเล่าขานมาแต่อดีตและยังคงปรากฏหลักฐานให้ลูกหลานได้ศึกษา ผู้คนส่วนใหญ่มักตั้งถิ่นฐานอยู่ริมแม่น้ำบางปะกงและลำคลองต่าง ๆ มีผืนป่าใหญ่อันสมบูรณ์กั้นระหว่างภาคกลางและภาคตะวันออก
วัดโสธรวรารามวรวิหาร เป็นวัดที่ประดิษฐานพระพุทธรูปที่สำคัญคือ “หลวงพ่อโสธร” อันเป็นศูนย์รวมศรัทธาของชาวแปดริ้วและพุทธศาสนิกชนทั่วไป
ฉะเชิงเทรา หรือ แปดริ้ว นามแปดริ้วแห่งลุ่มน้ำบางปะกง แสดงถึงความอุดมสมบูรณ์ของฉะเชิงเทราได้เป็นอย่างดี ด้วยความที่มีปลาช่อนขนาดใหญ่ชุกชุม ซึ่งสามารถแล่ได้ถึง 8 ริ้วด้วยกัน ฉะเชิงเทรา มีเรื่องเล่าขานมาแต่อดีตและยังคงปรากฏหลักฐานให้ลูกหลานได้ศึกษา ผู้คนส่วนใหญ่มักตั้งถิ่นฐานอยู่ริมแม่น้ำบางปะกงและลำคลองต่าง ๆ มีผืนป่าใหญ่อันสมบูรณ์กั้นระหว่างภาคกลางและภาคตะวันออก
วัดโสธรวรารามวรวิหาร เป็นวัดที่ประดิษฐานพระพุทธรูปที่สำคัญคือ “หลวงพ่อโสธร” อันเป็นศูนย์รวมศรัทธาของชาวแปดริ้วและพุทธศาสนิกชนทั่วไป
2. อนุสาวรีย์วีรชนค่ายบางระจัน สิงห์บุรี
สิงห์บุรี เมืองอู่ข้าวอู่น้ำและวิถีชีวิตของชุมชนชาวไทย ที่อาศัยอยู่ริมฝั่งแม่น้ำน้อย พร้อมวัดวาอารามศิลปวัฒนธรรมอันล้ำค่าสวยสะดุดตา งานหัตถศิลป์ ถิ่นหัตถกรรมฝีมือชั้นเยี่ยม อาหารอร่อยจากปลาช่อนลำแม่ลา รวมถึงคนเมืองสิงห์บุรีนี้ ล้วนมีอัธยาศัยไมตรีที่ดีแก่ผู้มาเยือน เมืองแห่งวีรชนคนกล้าผู้เสียสละเลือดเนื้อเพื่อปกป้องแผ่นดิน
อนุสาวรีย์วีรชนค่ายบางระจัน มีความสำคัญยิ่งทางประวัติศาสตร์ เป็นเครื่องเตือนใจให้อนุชนรุ่นหลั งรู้จักความสามัคคีและความเสียสละเพื่อผืนแผ่นดิน ณ ที่แห่งนี้บันทึกเหตุการณ์ความกล้าหาญและเสียสละของวีรชนไทยที่ เกิดขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2308 ในครั้งนั้นชาวบ้านบางระจัน ได้รวมพลังกันต่อสู้กับกองทัพพม่า ซึ่งมีจำนวนมากมายมหาศาล โดยพม่าต้องยกทัพเข้าตีหมู่บ้านนี้ถึง 8 ครั้ง ใช้เวลาถึง 8 เดือน พม่าถึงชนะได้
สิงห์บุรี เมืองอู่ข้าวอู่น้ำและวิถีชีวิตของชุมชนชาวไทย ที่อาศัยอยู่ริมฝั่งแม่น้ำน้อย พร้อมวัดวาอารามศิลปวัฒนธรรมอันล้ำค่าสวยสะดุดตา งานหัตถศิลป์ ถิ่นหัตถกรรมฝีมือชั้นเยี่ยม อาหารอร่อยจากปลาช่อนลำแม่ลา รวมถึงคนเมืองสิงห์บุรีนี้ ล้วนมีอัธยาศัยไมตรีที่ดีแก่ผู้มาเยือน เมืองแห่งวีรชนคนกล้าผู้เสียสละเลือดเนื้อเพื่อปกป้องแผ่นดิน
อนุสาวรีย์วีรชนค่ายบางระจัน มีความสำคัญยิ่งทางประวัติศาสตร์ เป็นเครื่องเตือนใจให้อนุชนรุ่นหลั งรู้จักความสามัคคีและความเสียสละเพื่อผืนแผ่นดิน ณ ที่แห่งนี้บันทึกเหตุการณ์ความกล้าหาญและเสียสละของวีรชนไทยที่ เกิดขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2308 ในครั้งนั้นชาวบ้านบางระจัน ได้รวมพลังกันต่อสู้กับกองทัพพม่า ซึ่งมีจำนวนมากมายมหาศาล โดยพม่าต้องยกทัพเข้าตีหมู่บ้านนี้ถึง 8 ครั้ง ใช้เวลาถึง 8 เดือน พม่าถึงชนะได้
3. หัวหิน ประจวบคีรีขันธ์
หัวหิน เป็นเมืองตากอากาศเก่าแก่และคลาสสิค ได้รับความนิยมมานาน เป็นหนึ่งในเมืองตากอากาศชายทะเลแรก ๆ ของเมืองไทย ความสวยงามของหัวหิน เริ่มเป็นที่รู้จักครั้งแรกในรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เมื่อครั้งพระองค์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นายเฮนรี กิตตินส์ เลขานุการกรมการรถไฟและ กรมหลวงดำรงราชานุภาพ เสนาบดีกระทรวงมหาดไทย สำรวจเพื่อเตรียมก่อสร้างทางรถไฟสายใต้ ซึ่งได้เสนอรายงานถึงความสวยงามของหาดทรายชายทะเลหัวหิน ว่าเหมาะที่จะสร้างเป็นเมืองตากอากาศพักผ่อนชายทะเล ภายหลังเมื่อเส้นทางรถไฟแล้วเสร็จ หัวหินจึงเป็นเมืองตากอากาศที่ได้รับความนิยมอย่างสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มบุคคลสังคมชั้นสูง และยังคงได้รับความนิยมจวบจนปัจจุบัน
เสน่ห์ของ หัวหิน ย่อมหนีไม่พ้นหาดหัวหินหาดที่มีน้ำทะเลสะอาดและหาดทรายละเอียด มีความลาดชันพอเหมาะสำหรับการเล่นน้ำ จุดเด่นที่เป็นเอกลักษณ์ของหาดหัวหิน คือกองหินที่กระจายตัวอยู่หน้าโรงแรมรถไฟ ความสวยงามและโรแมนติกของหาดหัวหินเป็นที่มาของนิยายดังเรื่อง "ปริศนา" ที่คนไทยค่อนประเทศคุ้นเคยดี สิ่งที่ทำให้หัวหินมีความแตกต่างจากเมืองชายทะเลอื่น ๆ ก็คือบรรยากาศของเมืองยังคงกลิ่นอายของยุคสมัยในอดีต ที่มีมนต์ขลังไม่เสื่อมคลาย เช่น การรักษาสถาปัตยกรรมเก่าแก่ ที่ยังคงคุณค่าและสืบทอดประวัติศาสตร์ในอดีต เช่น สถานีรถไฟหัวหิน สถานที่ซึ่งได้รับการขนานนามว่าเป็น สถานีรถไฟที่มีสถาปัตยกรรมสวยงามที่สุด แห่งหนึ่งของไทย นอกจากนี้ ในบริเวณสถานียังมี พลับพลาพระมงกุฎเกล้าฯ รวมถึงป้ายสถานีหัวหิน อันเป็นเอกลักษณ์ให้นักท่องเที่ยวแวะเวียนมาถ่ายภาพไม่ได้ขาด
หัวหิน เป็นเมืองตากอากาศเก่าแก่และคลาสสิค ได้รับความนิยมมานาน เป็นหนึ่งในเมืองตากอากาศชายทะเลแรก ๆ ของเมืองไทย ความสวยงามของหัวหิน เริ่มเป็นที่รู้จักครั้งแรกในรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เมื่อครั้งพระองค์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นายเฮนรี กิตตินส์ เลขานุการกรมการรถไฟและ กรมหลวงดำรงราชานุภาพ เสนาบดีกระทรวงมหาดไทย สำรวจเพื่อเตรียมก่อสร้างทางรถไฟสายใต้ ซึ่งได้เสนอรายงานถึงความสวยงามของหาดทรายชายทะเลหัวหิน ว่าเหมาะที่จะสร้างเป็นเมืองตากอากาศพักผ่อนชายทะเล ภายหลังเมื่อเส้นทางรถไฟแล้วเสร็จ หัวหินจึงเป็นเมืองตากอากาศที่ได้รับความนิยมอย่างสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มบุคคลสังคมชั้นสูง และยังคงได้รับความนิยมจวบจนปัจจุบัน
เสน่ห์ของ หัวหิน ย่อมหนีไม่พ้นหาดหัวหินหาดที่มีน้ำทะเลสะอาดและหาดทรายละเอียด มีความลาดชันพอเหมาะสำหรับการเล่นน้ำ จุดเด่นที่เป็นเอกลักษณ์ของหาดหัวหิน คือกองหินที่กระจายตัวอยู่หน้าโรงแรมรถไฟ ความสวยงามและโรแมนติกของหาดหัวหินเป็นที่มาของนิยายดังเรื่อง "ปริศนา" ที่คนไทยค่อนประเทศคุ้นเคยดี สิ่งที่ทำให้หัวหินมีความแตกต่างจากเมืองชายทะเลอื่น ๆ ก็คือบรรยากาศของเมืองยังคงกลิ่นอายของยุคสมัยในอดีต ที่มีมนต์ขลังไม่เสื่อมคลาย เช่น การรักษาสถาปัตยกรรมเก่าแก่ ที่ยังคงคุณค่าและสืบทอดประวัติศาสตร์ในอดีต เช่น สถานีรถไฟหัวหิน สถานที่ซึ่งได้รับการขนานนามว่าเป็น สถานีรถไฟที่มีสถาปัตยกรรมสวยงามที่สุด แห่งหนึ่งของไทย นอกจากนี้ ในบริเวณสถานียังมี พลับพลาพระมงกุฎเกล้าฯ รวมถึงป้ายสถานีหัวหิน อันเป็นเอกลักษณ์ให้นักท่องเที่ยวแวะเวียนมาถ่ายภาพไม่ได้ขาด
ตลาดฉัตร์ไชย ตลาดเก่าแก่ที่มีชื่อเสียง ตั้งอยู่ริมถนนเพชรเกษมในตัวเมืองหัวหิน สร้างในปี พ.ศ. 2469 ตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จ-พระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ในคราวเสด็จแปรพระราชฐานมาประทับ ณ วังไกลกังวลครั้งแรก มีจุดเด่นคือ หลังคาเป็นรูป 7 โค้งอันเป็นสัญลักษณ์หมายถึงสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 7
นอกจากนี้ ยังมีบ้านเรือนเก่าที่แม้ปัจจุบันกลายเป็นรีสอร์ท หรือเป็นร้านอาหารสุดเก๋ ริมทะเล แต่ก็ยังเหลือเค้ารอยอดีตให้ได้สัมผัส แม้แต่ร้านอาหารดั้งเดิม ของกินเจ้าเก่าแก่ ที่โด่งดังมาตั้งแต่รุ่นพ่อก็ยังคงอยู่ ผสมกลมกลืนกับความโก้หรูร่วมสมัยกับแหล่งท่องเที่ยวน่าเพลินใจหลาย ๆ แห่ง เช่น เพลินวาน, ตลาดซิเคด้า Cicada Market, วิกหัวหิน ถูกใจคนที่มีหัวใจถวิลหาอดีตยิ่งนัก
หัวหิน ยังมีแหล่งท่องเที่ยวอีกหลายแห่งให้ได้ลองสัมผัส อาทิ น้ำตกป่าละอู น้ำตกเล็ก ๆ แต่ร่มรื่น และบางฤดูมีผีเสื้อมากมายให้ชม, หรือกราบสักการะรูปปั้นหลวงพ่อทวดขนาดใหญ่ ที่วัดห้วยมงคล ศูนย์รวมแรงศรัทธาจากมหาชนทั่วสารทิศ หากต้องการชมทิวทัศน์อันสวยงามของหัวหินมุมสูง ก็ชมได้จากจุดชมวิวเขาหิน เหล็ก ไฟ และวัดเขาตะเกียบ เป็นต้น
การเดินทาง ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 185 กิโลเมตร สามารถเดินทางจากกรุงเทพฯ ได้ 2 เส้นทางคือ ถนนพระรามสอง (ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 35 หรือ ตามถนนเพชรเกษม (ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 4) จากกรุงเทพฯ มีรถตู้ปรับอากาศ รถบัสปรับอากาศ และรถไฟให้บริการ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 1672 หรือ ททท.สำนักงานประจวบคีรีขันธ์ 032-513-885 ได้ทุกวัน
นอกจากนี้ ยังมีบ้านเรือนเก่าที่แม้ปัจจุบันกลายเป็นรีสอร์ท หรือเป็นร้านอาหารสุดเก๋ ริมทะเล แต่ก็ยังเหลือเค้ารอยอดีตให้ได้สัมผัส แม้แต่ร้านอาหารดั้งเดิม ของกินเจ้าเก่าแก่ ที่โด่งดังมาตั้งแต่รุ่นพ่อก็ยังคงอยู่ ผสมกลมกลืนกับความโก้หรูร่วมสมัยกับแหล่งท่องเที่ยวน่าเพลินใจหลาย ๆ แห่ง เช่น เพลินวาน, ตลาดซิเคด้า Cicada Market, วิกหัวหิน ถูกใจคนที่มีหัวใจถวิลหาอดีตยิ่งนัก
หัวหิน ยังมีแหล่งท่องเที่ยวอีกหลายแห่งให้ได้ลองสัมผัส อาทิ น้ำตกป่าละอู น้ำตกเล็ก ๆ แต่ร่มรื่น และบางฤดูมีผีเสื้อมากมายให้ชม, หรือกราบสักการะรูปปั้นหลวงพ่อทวดขนาดใหญ่ ที่วัดห้วยมงคล ศูนย์รวมแรงศรัทธาจากมหาชนทั่วสารทิศ หากต้องการชมทิวทัศน์อันสวยงามของหัวหินมุมสูง ก็ชมได้จากจุดชมวิวเขาหิน เหล็ก ไฟ และวัดเขาตะเกียบ เป็นต้น
การเดินทาง ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 185 กิโลเมตร สามารถเดินทางจากกรุงเทพฯ ได้ 2 เส้นทางคือ ถนนพระรามสอง (ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 35 หรือ ตามถนนเพชรเกษม (ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 4) จากกรุงเทพฯ มีรถตู้ปรับอากาศ รถบัสปรับอากาศ และรถไฟให้บริการ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 1672 หรือ ททท.สำนักงานประจวบคีรีขันธ์ 032-513-885 ได้ทุกวัน
4. วัดพระศรีรัตนศาสดาราม กรุงเทพมหานคร
กรุงเทพมหานคร มหานครแห่งความยิ่งใหญ่ มหานครแห่งความรัก ความหวัง และการสรรค์สร้าง มหานครที่มีร่องรอยของประวิติศาสตร์อันงดงาม เป็นดินแดนแห่งพุทธศาสนาที่เต็มเปี่ยมด้วยแรงศรัทธา เป็นที่ที่จะหาความสุขได้หลากหลายจากอาหารเลิศรส ที่พักทันสมัย แหล่งช็อปปิ้งที่ละลานตา และสถานบันเทิงที่พรั่งพร้อมความทันสมัยไม่น้อยหน้าที่ใดในโลก จึงไม่น่าแปลกใจ ที่นักท่องเที่ยวจากทุกมุมโลกลงความเห็นว่า กรุงเทพมหานครคือสถานที่ที่น่าท่องเที่ยวที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
วัดพระศรีรัตนศาสดาราม หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า วัดพระแก้ว วัดที่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นใน พ.ศ. 2325 เป็นวัดในพระบรมมหาราชวัง เช่นเดียวกับวัดพระศรีสรรเพชญ์ ซึ่งเป็นวัดในพระราชวังหลวงในสมัยอยุธยา และมีพระราชประสงค์ให้วัดพระศรีรัตนศาสดาราม เป็นที่ประดิษฐาน พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร หรือพระแก้วมรกต ปัจจุบันในแต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก เดินทางมาเยี่ยมชมความงดงามของงานสถาปัตยกรรม และศิลปกรรมของช่างสิบหมู่แห่งกรุงรัตนโกสินทร์จำนวนมาก
กรุงเทพมหานคร มหานครแห่งความยิ่งใหญ่ มหานครแห่งความรัก ความหวัง และการสรรค์สร้าง มหานครที่มีร่องรอยของประวิติศาสตร์อันงดงาม เป็นดินแดนแห่งพุทธศาสนาที่เต็มเปี่ยมด้วยแรงศรัทธา เป็นที่ที่จะหาความสุขได้หลากหลายจากอาหารเลิศรส ที่พักทันสมัย แหล่งช็อปปิ้งที่ละลานตา และสถานบันเทิงที่พรั่งพร้อมความทันสมัยไม่น้อยหน้าที่ใดในโลก จึงไม่น่าแปลกใจ ที่นักท่องเที่ยวจากทุกมุมโลกลงความเห็นว่า กรุงเทพมหานครคือสถานที่ที่น่าท่องเที่ยวที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
วัดพระศรีรัตนศาสดาราม หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า วัดพระแก้ว วัดที่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นใน พ.ศ. 2325 เป็นวัดในพระบรมมหาราชวัง เช่นเดียวกับวัดพระศรีสรรเพชญ์ ซึ่งเป็นวัดในพระราชวังหลวงในสมัยอยุธยา และมีพระราชประสงค์ให้วัดพระศรีรัตนศาสดาราม เป็นที่ประดิษฐาน พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร หรือพระแก้วมรกต ปัจจุบันในแต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก เดินทางมาเยี่ยมชมความงดงามของงานสถาปัตยกรรม และศิลปกรรมของช่างสิบหมู่แห่งกรุงรัตนโกสินทร์จำนวนมาก
วันจันทร์ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2554
รักษาสายตาจากการเล่นคอม
เคล็ดลับการถนอมดวงตาเวลาใช้คอมพิวเตอร์
เคล็ดลับเพื่อถนอมดวงตาเวลาใช้คอมพิวเตอร์
1.กระพริบตาให้ถี่ขึ้น อาการตาแห้ง เกิดจากการที่เรากระพริบตาน้อยลง เนื่องจากมีสมาธิขณะทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์ อัตราการกระพริบตาจะลดลงจาก 20 - 22 ครั้งต่อนาที เหลือเพียง 6 - 8 ครั้งต่อนาที ถ้าไม่อยากตาแห้ง ควรจะกระพริบตาให้ถี่ขึ้น หรืออาจใช้น้ำตาเทียมหยอดตา เพื่อช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น
2. จัดวางคอมพิวเตอร์ให้เหมาะสม
ให้บริเวณหน้าต่างอยู่ทางด้านข้างของจอคอมพิวเตอร์ เพื่อลดแสงตกสะท้อนบนหน้าจอ ควรจัดให้มี ระยะห่างระหว่างจอภาพกับตัวเราประมาณ 50 - 70 ซ.ม. จัดระดับจอภาพจากจุดศูนย์กลางของจอคอมพิวเตอร์ ให้อยู่ต่ำกว่าระดับสายตาประมาณ 4 - 9 นิ้ว ไม่ควรให้จอภาพอยู่สูงหรือต่ำเกินไป
3. ปรับความสว่างของห้อง ควรปิดไฟบางดวงที่ทำการรบกวนการทำงาน เพราะปัญหาส่วนใหญ่เกิดจากความสว่างที่มากเกินไป ถ้ามีแสงจ้าจากหน้าต่าง ควรใช้มูลี่เพื่อปรับแสงให้ผ่านได้เพียงบางส่วน และไม่เข้าตาโดยตรง หลีกเลี่ยงการใช้เฟอร์นิเจอร์ที่มีผิวสะท้อน เช่น โต๊ะสีขาว ควรใช้วัสดุที่มีผิวด้าน ที่สะท้อนแสงไม่มากจะดีกว่า
4. เลือกใช้ตัวอักษรขนาดใหญ่ เวลาพิมพ์งาน ควรเลือกใช้ขนาดของตัวอักษรที่ใหญ่พอ และปรับความเข้มของตัวอักษรให้มากขึ้น ซึ่งขนาดตัวอักษรและความเข้มที่เหมาะสมจะสังเกตได้จากการที่เราอ่านตัวอักษรได้ในระยะห่างเป็น 3 เท่าของระยะที่นั่งทำงาน หรือเลือกใช้จอคอมพวิเตอร์ชนิด LCD (จอแบน) ซึ่งจะช่วยถนอนสายตาได้ดีกว่าจอแบบเก่า (CRT)
5. เลือกใช้แว่นที่เหมาะสมกับการใช้คอมพิวเตอร์ ควรเลือกใช้เลนส์สีเขียวอ่อน ที่ช่วยให้สบายตาภายใต้แสงจากหลอดไฟฟ้าฟลูออเรสเซนต์ และเพื่อลดแสงสะท้อนจากจอภาพ โดยเลือกแว่นตาที่มีกำลังขยายสำหรับระยะ 50 - 70 ซ.ม. (ระยะกลาง) ซึ่งค่ากำลังของเลนส์ดังกล่าวจะแตกต่างจากเลนส์อ่านหนังสือ หรือเลนส์มองใกล้ทั่วไป
6. พักสายตา ทุกๆ ชั่วโมง ควรเปลี่ยนอริยาบถ หรือลุกขึ้นยืดเส้นยืดสายบ้าง เพื่อพักสายตาและป้องกันอาการปวดเมื่อยจากการใช้คอมพิวเตอร์ติดต่อกันเป็นเวลานาน
http://www.happyoppy.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=460478&Ntype=5
ร่างกายดีดีดี
6 วิธีทำดีกับร่างกายของคุณ
เราอาจใช้เวลาค่อนวันเพื่อพิจารณาว่า "ฉันดูดีรึยัง?" แต่เคยสงสัยรึเปล่าว่า กว่าจะเริ่ดได้ขนาดนี้ ร่างกายของเราทำงานหนักแค่ไหน? เรามาทำดีกับร่างกายและส่วนต่าง ๆ ที่เรามักจะมองข้ามกันเถอะค่ะ!
1.ทำดีกับ...เกล็ดเลือด
สาวกเครื่องดื่มสีอำพันคงต้องเพลา ๆ หน่อยนะ ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า ควรจำกัดไว้ที่วันละ 1-2 แก้วก็พอ เพราะเกล็ดเลือดบอบบางมาก และแอลกอฮอล์ที่มากเกินไปจะเป็นพิษต่อไขกระดูก ทำให้การสร้างเกล็ดเลือดบกพร่อง
ลองให้ของขวัญเกล็ดเลือดด้วยโฟเลตจากอาหารอย่างผักโขม ถั่วเลนทิล และหน่อไม้ฝรั่ง จะทำให้ไขกระดูกมีสุขภาพดี หากขาดสารอาหารความสามารถในการผลิตเกล็ดเลือดจะลดลง โดยเฉพาะเมื่อคุณตั้งครรภ์ และถ้าคุณรักเกล็ดเลือดของตัวเองละก็...เอามันออกไปซะ! ซึ่งการบริจาคโลหิตไม่มีอันตราย และร่างกายของคุณจะสร้างเกล็ดเลือดขึ้นมาใหม่ทันทีค่ะ (ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการบริจาคโลหิตได้ที่ เว็บไซต์ของสภากาชาดไทย http://www.redcross.or.th/)
2.ทำดีกับ...ร่องน้ำตา
นี่เป็นคำแนะน้ำด้านสุขภาพที่ง่ายที่สุดในประวัติศาสตร์ : กะพริบตาสิ! "การกะพริบตาทำให้น้ำตาสามารถสร้างชั้นเคลือบ เพื่อป้องกันไม่ให้ตาแห้งหรือมีสิ่งระคายเคืองได้" นี่เป็นคำแนะนำจาก ศ.จักษุวิทยา นพ.มาร์เกอไรต์ แม็กโดนัลด์ จาก New York University
อัตราการกะพริบตาของคุณจะลดลง เมื่อคุณจ้องจอคอมพิวเตอร์ และน้ำตาเทียมสามารถทำให้ดวงตาของคุณชุ่มชื้นได้ เพื่อลดความเสี่ยงไม่ให้ร่องน้ำตาอุดตัน ให้ล้างมือบ่อย ๆ และพยายามอย่าสัมผัสดวงตา สำหรับสาว ๆ ที่ขาดอายไลเนอร์ไม่ได้ เมื่อเขียนขอบตา ให้หยุดมือก่อนจะถึงร่องน้ำตา "อายไลเนอร์แบบน้ำ หรือแบบดินสออาจทำให้ติดเชื้อได้" ดร.แม็กโดนัลด์เตือน และก่อนจะล้มตัวลงนอนอย่าลืมล้างเครื่องสำอางให้สะอาดนะ...เดี๋ยวจะหาว่าสวยไม่เตือน
3.ทำดีกับ...ตับ
แสดงความรักต่อตับด้วยการระวังรอบเอวไว้ให้ดี เพราะคนที่มีน้ำหนักเกิน โดยเฉพาะคนที่อ้วนบริเวณกลางลำตัว มีแนวโน้มสูงที่จะเป็นโรคไขมันพอกตับ (Fatty Liver) ซึ่งเป็นโรคตับที่มีผลกระทบต่อคนอเมริกันประมาณ 30-40 ล้านคน แต่อย่าหวังพึ่งยาลดความอ้วน ในบางกรณี (ขึ้นอยู่กับปัจจัยบางอย่าง เช่น กรรมพันธุ์และนิสัยการดื่ม) อาหารเสริมเพื่อการไดเอ็ตอาจเป็นพิษต่อตับของคุณได้ แม้แต่ในปริมาณน้อย ๆ
นอกจากนี้ การสักหรือเจาะตามร่างกาย จะทำให้คุณเสี่ยงต่อโรคไวรัสตับอักเสบซี ซึ่งเป็นการติดเชื้อทางเลือด และอาจเกิดโรคตับแข็งได้ ดังนั้น จึงควรดูให้แน่ใจก่อนสักหรือเจาะว่า เครื่องมือและหมึกเป็นแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง และฆ่าเชื้อผิวหนังบริเวณนั้นเสียก่อน
4.ทำดีกับ...ปอด
ขยับตัวซะหน่อยนะ การออกแรงจะช่วยออกกำลังกายปอดของคุณ ทำให้ปอดมีความจุเพิ่มขึ้น และร่างกายจะส่งออกซิเจนไปเลี้ยงกล้ามเนื้อต่าง ๆ ในการทำกิจกรรมใด ๆ ก็ตามได้ดีขึ้น และหากต้องทำความสะอาดหรือทาสี ควรทาหน้ากากอนามัยมาใส่ เพื่อป้องกันฝุ่นละอองและสารพิษ ทั้งยังปกป้องปอดจากเศษผงที่มีขนาดเล็กมากด้วย สุดท้ายนี้ คือการหายใจลึก ๆ การออกกำลังกายที่ต้องหายใจลึก ๆ จะช่วยให้การทำงานของปอดส่งออกซิเจนไปยังร่างกายได้มากขึ้น และทำให้เรากระปรี้กระเปร่าอีกด้วย
5.ทำดีกับ...กระเพาะปัสสาวะ
เมื่อปวด...อย่าอั้น เพราะอั้นปัสสาวะไว้นาน ๆ อาจทำให้กระเพาะปัสสาวะล้าจนติดเชื้อ หรือปัสสาวะราดได้ และอย่าลืมดื่มน้ำมาก ๆ การขาดน้ำจะทำให้ปัสสาวะเข้มข้นขึ้นจนบางครั้งอาจทำให้ปัสสาวะเล็ด แถมกระเพาะปัสสาวะของเราอาจจะแสบ ๆ คัน ๆ เนื่องจากอาหารและเครื่องดื่มบางชนิดจะระคายเคืองกระเพาะปัสสาวะ ตัวร้ายที่พบได้ทั่วไป ได้แก่ คาเฟอีน ผลไม้จำพวกส้มที่เป็นกรดและสับปะรด แต่อาหารที่มีผลต่อคนคนหนึ่งอาจจะไม่มีผลต่ออีกคนก็ได้ ดังนั้น ควรสังเกตให้ดีว่า อาหารการกินของคุณทำให้การปัสสาวะเปลี่ยนไปอย่างไร
6.ทำดีกับ...ปากมดลูก
ไปตรวจเป็นประจำสิคะ รู้มั้ยว่า 1 ใน 7 ของสาวอเมริกันไม่ยอมไปตรวจมะเร็งปากมดลูก แต่ถ้าไม่ไปตรวจ คุณหมอจะไม่ได้ตรวจหาเชื้อไวรัส HPV (Human Papillomavirus) และความผิดปกติต่าง ๆ ของเซลล์ที่จะทำให้คุณเสี่ยงต่อมะเร็งปากมดลูก นอกจากนี้ อย่าลืมกินผักเยอะ ๆ เพราะการศึกษาจาก University of Arizona ในรัฐทัคซัน เปิดเผยว่า หญิงสาวที่กินผักมาก จะมีโอกาสน้อยกว่าถึงร้อยละ 50 ที่จะติดเชื้อไวรัส HPV เป็นเวลานาน
สาวกเครื่องดื่มสีอำพันคงต้องเพลา ๆ หน่อยนะ ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า ควรจำกัดไว้ที่วันละ 1-2 แก้วก็พอ เพราะเกล็ดเลือดบอบบางมาก และแอลกอฮอล์ที่มากเกินไปจะเป็นพิษต่อไขกระดูก ทำให้การสร้างเกล็ดเลือดบกพร่อง
ลองให้ของขวัญเกล็ดเลือดด้วยโฟเลตจากอาหารอย่างผักโขม ถั่วเลนทิล และหน่อไม้ฝรั่ง จะทำให้ไขกระดูกมีสุขภาพดี หากขาดสารอาหารความสามารถในการผลิตเกล็ดเลือดจะลดลง โดยเฉพาะเมื่อคุณตั้งครรภ์ และถ้าคุณรักเกล็ดเลือดของตัวเองละก็...เอามันออกไปซะ! ซึ่งการบริจาคโลหิตไม่มีอันตราย และร่างกายของคุณจะสร้างเกล็ดเลือดขึ้นมาใหม่ทันทีค่ะ (ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการบริจาคโลหิตได้ที่ เว็บไซต์ของสภากาชาดไทย http://www.redcross.or.th/)
นี่เป็นคำแนะน้ำด้านสุขภาพที่ง่ายที่สุดในประวัติศาสตร์ : กะพริบตาสิ! "การกะพริบตาทำให้น้ำตาสามารถสร้างชั้นเคลือบ เพื่อป้องกันไม่ให้ตาแห้งหรือมีสิ่งระคายเคืองได้" นี่เป็นคำแนะนำจาก ศ.จักษุวิทยา นพ.มาร์เกอไรต์ แม็กโดนัลด์ จาก New York University
อัตราการกะพริบตาของคุณจะลดลง เมื่อคุณจ้องจอคอมพิวเตอร์ และน้ำตาเทียมสามารถทำให้ดวงตาของคุณชุ่มชื้นได้ เพื่อลดความเสี่ยงไม่ให้ร่องน้ำตาอุดตัน ให้ล้างมือบ่อย ๆ และพยายามอย่าสัมผัสดวงตา สำหรับสาว ๆ ที่ขาดอายไลเนอร์ไม่ได้ เมื่อเขียนขอบตา ให้หยุดมือก่อนจะถึงร่องน้ำตา "อายไลเนอร์แบบน้ำ หรือแบบดินสออาจทำให้ติดเชื้อได้" ดร.แม็กโดนัลด์เตือน และก่อนจะล้มตัวลงนอนอย่าลืมล้างเครื่องสำอางให้สะอาดนะ...เดี๋ยวจะหาว่าสวยไม่เตือน
แสดงความรักต่อตับด้วยการระวังรอบเอวไว้ให้ดี เพราะคนที่มีน้ำหนักเกิน โดยเฉพาะคนที่อ้วนบริเวณกลางลำตัว มีแนวโน้มสูงที่จะเป็นโรคไขมันพอกตับ (Fatty Liver) ซึ่งเป็นโรคตับที่มีผลกระทบต่อคนอเมริกันประมาณ 30-40 ล้านคน แต่อย่าหวังพึ่งยาลดความอ้วน ในบางกรณี (ขึ้นอยู่กับปัจจัยบางอย่าง เช่น กรรมพันธุ์และนิสัยการดื่ม) อาหารเสริมเพื่อการไดเอ็ตอาจเป็นพิษต่อตับของคุณได้ แม้แต่ในปริมาณน้อย ๆ
นอกจากนี้ การสักหรือเจาะตามร่างกาย จะทำให้คุณเสี่ยงต่อโรคไวรัสตับอักเสบซี ซึ่งเป็นการติดเชื้อทางเลือด และอาจเกิดโรคตับแข็งได้ ดังนั้น จึงควรดูให้แน่ใจก่อนสักหรือเจาะว่า เครื่องมือและหมึกเป็นแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง และฆ่าเชื้อผิวหนังบริเวณนั้นเสียก่อน
ขยับตัวซะหน่อยนะ การออกแรงจะช่วยออกกำลังกายปอดของคุณ ทำให้ปอดมีความจุเพิ่มขึ้น และร่างกายจะส่งออกซิเจนไปเลี้ยงกล้ามเนื้อต่าง ๆ ในการทำกิจกรรมใด ๆ ก็ตามได้ดีขึ้น และหากต้องทำความสะอาดหรือทาสี ควรทาหน้ากากอนามัยมาใส่ เพื่อป้องกันฝุ่นละอองและสารพิษ ทั้งยังปกป้องปอดจากเศษผงที่มีขนาดเล็กมากด้วย สุดท้ายนี้ คือการหายใจลึก ๆ การออกกำลังกายที่ต้องหายใจลึก ๆ จะช่วยให้การทำงานของปอดส่งออกซิเจนไปยังร่างกายได้มากขึ้น และทำให้เรากระปรี้กระเปร่าอีกด้วย
เมื่อปวด...อย่าอั้น เพราะอั้นปัสสาวะไว้นาน ๆ อาจทำให้กระเพาะปัสสาวะล้าจนติดเชื้อ หรือปัสสาวะราดได้ และอย่าลืมดื่มน้ำมาก ๆ การขาดน้ำจะทำให้ปัสสาวะเข้มข้นขึ้นจนบางครั้งอาจทำให้ปัสสาวะเล็ด แถมกระเพาะปัสสาวะของเราอาจจะแสบ ๆ คัน ๆ เนื่องจากอาหารและเครื่องดื่มบางชนิดจะระคายเคืองกระเพาะปัสสาวะ ตัวร้ายที่พบได้ทั่วไป ได้แก่ คาเฟอีน ผลไม้จำพวกส้มที่เป็นกรดและสับปะรด แต่อาหารที่มีผลต่อคนคนหนึ่งอาจจะไม่มีผลต่ออีกคนก็ได้ ดังนั้น ควรสังเกตให้ดีว่า อาหารการกินของคุณทำให้การปัสสาวะเปลี่ยนไปอย่างไร
ไปตรวจเป็นประจำสิคะ รู้มั้ยว่า 1 ใน 7 ของสาวอเมริกันไม่ยอมไปตรวจมะเร็งปากมดลูก แต่ถ้าไม่ไปตรวจ คุณหมอจะไม่ได้ตรวจหาเชื้อไวรัส HPV (Human Papillomavirus) และความผิดปกติต่าง ๆ ของเซลล์ที่จะทำให้คุณเสี่ยงต่อมะเร็งปากมดลูก นอกจากนี้ อย่าลืมกินผักเยอะ ๆ เพราะการศึกษาจาก University of Arizona ในรัฐทัคซัน เปิดเผยว่า หญิงสาวที่กินผักมาก จะมีโอกาสน้อยกว่าถึงร้อยละ 50 ที่จะติดเชื้อไวรัส HPV เป็นเวลานาน
http://health.kapook.com/view9304.html
อาหารผิว
อาหารผิวสูตรต้านริ้วรอย
เราอาจนึกไม่ถึง ว่าอาหารมีผลต่อการเกิดริ้วรอยและผิวที่หย่อนคล้อยโดยตรง นั่นเพราะทุกวันๆ เซลล์ผิวของเราจะถูกสร้างจากชั้นในสุดออกมายังด้านนอก และคุณภาพความสมบูรณ์ของเซลล์ผิวนั้น ก็ขึ้นอยู่กับคุณภาพอาหารที่เราทานเข้าไปนี่อง
พืช ผัก ผลไม้ ที่มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant) เพราะสารเหล่านี้จะช่วยร่างกายต่อสู้กับมลภาวะจากสิ่งแวดล้อมได้เต็มที่ อาหารผิวกลุ่มนี้ ได้แก่ ส้ม มะนาว มะละกอ สตรอเบอร์รี่ บรอคเคอร์รี่ ดอกกะหล่ำ ผักโขม เป็นต้นo พืชที่มีเบต้าแคโรทีน (Beta-carotene) หรือวิตามินเอ (VitaminA) ซึ่งเป็นตัวช่วยเสริมสร้างเซลล์ผิว และซ่อมแซมเซลล์ที่ถูกแสงแดดทำลาย ทั้งยังช่วยต่อต้านการเกิดมะเร็งผิวหนังด้วย พบได้ในฟักทอง แครอท แตงโม แคนตาลูป มะเขือเทศสุก ฝรั่ง ผักโขม ที่นับเป็นอาหารผิวชั้นดี
o ทานอาหารที่มีเซเรเนียม (Selenium) มีคุณสมบัติในการปกป้องผิวจากการถูกแสงแดดทำลาย และการเสื่อมสภาพของผิว อาหารที่มีเซเรเนียมสูงมีอยู่ในธัญพืชที่ไม่ฟอกขาว เนื้อแดง กุ้ง ปู ข้าวกล้อง ไข่ เห็ด
o พืช ผักสดเพื่อรับเอนไซม์ หรือแร่ธาตุ วิตามินต่างๆ (Enzyme, Photochemical) อาทิ ใน บร็อคโคลิ ดอกกะหล่ำ ขึ่นฉ่าย แครอท คะน้า ซึ่งสารอาหารจากอาหารผิวต่างๆ เหล่านี้จะช่วยให้ร่างการซึมซับสารอาหารต่างๆได้ดี และกำจัดของเสียได้อย่างมีประสิทธิภาพ
o ทานอาหารที่มีวิตามินซี (Vitamin C) เป็นวิตามินที่เกี่ยวข้องกับการผลิตคอลลาเจน และปกป้องเซลล์ผิวจากการถูกทำลาย เราสามารถพบอาหารผิวที่มีวิตามินซีมากๆ จากฝรั่ง ส้ม สับปะรด และมะขามป้อม
o เลือกอาหารที่มีวิตามินอีและสังกะสี (Vitamin E & Zinc) เพื่อช่วยปกป้องเซลล์ผิวชั้นนอกจากรังสี UVสามารถพบวิตามินอีในน้ำมันรำข้าว น้ำมันมะกอก ถั่ว งา ต่างๆ ข้าวกล้อง และพบสังกะสีในปู หอยนางรม เนื้ออกไก่ จมูกข้าว
o กรดไขมันจำเป็นตระกูลโอเมก้า-3 (Essential Fatty Acid: Omega-3) เพราะทำให้ผิวชั้นนอกแข็งแรง จึงสามารถเก็บความชุ่มชื่นไว้ในผิวได้ดี ผิวจึงไม่แห้ง และยังช่วยป้องกันการอักเสบง่ายของผิวอีกด้วย เราสามารถรับอาหารผิวดีๆ กลุ่มนี้ได้จากปลาทู ปลาทะเลทั่วไป สาหร่าย หรือในน้ำมันถั่วเหลือง
o ดื่มน้ำให้พอดี (Water) เป็นสิ่งสำคัญอันดับต้นๆ ของการมีสุขภาพผิวที่ดี เพราะน้ำเป็นองค์ประกอบสำคัญของผิว น้ำช่วยให้ผิวถ่ายเทของเสียออกจากเซลล์ และเป็นตัวนำสารอาหารเข้าสู่เซลล์ผิว และช่วยให้อวัยวะต่างๆ ทำงานได้อย่างราบรื่นเป็นปกติ เซลล์ผิวที่สมบูรณ์จะอวบอิ่มไปด้วยน้ำ ซึ่งหมายถึงผิวจะดูสดใส เต่งตึง
ผมสวย
"การดูแลผมแตกปลาย"
ผมแตกปลายเกิดขึ้นเมื่อชั้นของเซลล์ของเส้นผมแตกแยกตัวออกจากกัน ไม่มีวิธีที่จะทำให้ชั้น ที่แตกแยกออกจากกันนี้กลับมาสมานสนิทได้ถาวร ครีมนวดผม (conditioner) จะทำให้เส้นผมที่ แตกปลายกลับมาสมานกันได้เพียงชั่วคราวเพียงแค่ 2-3 ชั่วโมง หรืออย่างมากก็แค่ไม่กี่วัน โดยทั่วไปเมื่อสระผมครั้งต่อไปผมก็จะแตกปลายอีก
จึงต้องใช้ครีมนวดผมอย่างสม่ำเสมอ วิธีใช้ครีมนวดผมคือใช้หลังสระผมแล้วชโลมครีมนวดผมทิ้งไว้สัก 10 นาที แล้วล้างออก หรือครีมนวดผมอีกแบบที่ใช้หลังสระผมโดยซับผมให้หมาดๆ แล้วชโลมครีมทิ้งไว้เลยโดยไม่ต้องล้างออก นอกจากนั้นหลังสระผม อย่าขยี้ผมแรงๆ ให้ใช้ผ้าขนหนูสะอาดซับผมให้แห้ง อย่าหวีผมหรือแปรงผมขณะที่ผมยังเปียกอยู่
ถ้าจะใช้เครื่องเป่าผมก็อย่าตั้งอุณหภูมิสูง เพราะจะทำลายเส้นผมทำให้ผมแตกปลายได้ง่ายขึ้น อย่าย้อมผม ดัดผม ยืดผมบ่อยเกินไปเพราะทำให้เส้นผมแตกปลายได้ง่าย โดยทั่วไปเส้นผมของคนเราหลังตัดครบ 1 เดือนจะเริ่มยาวไม่สม่ำเสมอ และมีผมแตกปลาย ดังนั้นการไปพบช่างตัดผมอย่างสม่ำเสมอก็จะช่วยให้เรือนผมดูสวยงามอยู่เสมอนะครับ วิธีแก้ไขผมแตกปลายที่ดีที่สุดก็คือตัดส่วนปลายผมที่แตกปลายออก ดังนั้นคนที่ไว้ผมสั้นจะมีปัญหาเรื่องผมแตกปลายน้อยกว่าคนที่ไว้ผมยาว
ส่วนอาหารวิตามินและเกลือแร่ที่ช่วยบำรุงเส้นผมให้แข็งแรง ได้แก่
ธาตุเหล็ก - พบในเนื้อสัตว์ ถั่วเหลือง ข้าวสาลี ผักขม
กลุ่มของวิตามินบี - พบในจมูกข้าว ถั่ว ไข่ ถั่วเหลือง กล้วย
กรดอะมิโน เช่น ซิสเตอีนและเม็ทไทโอนีน ซึ่งมีส่วนประกอบของกำมะถันที่ จะทำให้เซลล์ เส้นผมเชื่อมติดกันแน่น พบในถั่ว เม็ดธัญพืช ไข่ เนื้อ
สังกะสี - พบในเนยแข็ง ข้าวซ้อมมือ ปลาซาร์ดีน และขนมปังข้าวไรย์
ซีลีเนียม - พบในเนยแข็ง Cheddar กุ้ง แครอท
ผมแตกปลายเกิดขึ้นเมื่อชั้นของเซลล์ของเส้นผมแตกแยกตัวออกจากกัน ไม่มีวิธีที่จะทำให้ชั้น ที่แตกแยกออกจากกันนี้กลับมาสมานสนิทได้ถาวร ครีมนวดผม (conditioner) จะทำให้เส้นผมที่ แตกปลายกลับมาสมานกันได้เพียงชั่วคราวเพียงแค่ 2-3 ชั่วโมง หรืออย่างมากก็แค่ไม่กี่วัน โดยทั่วไปเมื่อสระผมครั้งต่อไปผมก็จะแตกปลายอีก
จึงต้องใช้ครีมนวดผมอย่างสม่ำเสมอ วิธีใช้ครีมนวดผมคือใช้หลังสระผมแล้วชโลมครีมนวดผมทิ้งไว้สัก 10 นาที แล้วล้างออก หรือครีมนวดผมอีกแบบที่ใช้หลังสระผมโดยซับผมให้หมาดๆ แล้วชโลมครีมทิ้งไว้เลยโดยไม่ต้องล้างออก นอกจากนั้นหลังสระผม อย่าขยี้ผมแรงๆ ให้ใช้ผ้าขนหนูสะอาดซับผมให้แห้ง อย่าหวีผมหรือแปรงผมขณะที่ผมยังเปียกอยู่
ถ้าจะใช้เครื่องเป่าผมก็อย่าตั้งอุณหภูมิสูง เพราะจะทำลายเส้นผมทำให้ผมแตกปลายได้ง่ายขึ้น อย่าย้อมผม ดัดผม ยืดผมบ่อยเกินไปเพราะทำให้เส้นผมแตกปลายได้ง่าย โดยทั่วไปเส้นผมของคนเราหลังตัดครบ 1 เดือนจะเริ่มยาวไม่สม่ำเสมอ และมีผมแตกปลาย ดังนั้นการไปพบช่างตัดผมอย่างสม่ำเสมอก็จะช่วยให้เรือนผมดูสวยงามอยู่เสมอนะครับ วิธีแก้ไขผมแตกปลายที่ดีที่สุดก็คือตัดส่วนปลายผมที่แตกปลายออก ดังนั้นคนที่ไว้ผมสั้นจะมีปัญหาเรื่องผมแตกปลายน้อยกว่าคนที่ไว้ผมยาว
ส่วนอาหารวิตามินและเกลือแร่ที่ช่วยบำรุงเส้นผมให้แข็งแรง ได้แก่
ธาตุเหล็ก - พบในเนื้อสัตว์ ถั่วเหลือง ข้าวสาลี ผักขม
กลุ่มของวิตามินบี - พบในจมูกข้าว ถั่ว ไข่ ถั่วเหลือง กล้วย
กรดอะมิโน เช่น ซิสเตอีนและเม็ทไทโอนีน ซึ่งมีส่วนประกอบของกำมะถันที่ จะทำให้เซลล์ เส้นผมเชื่อมติดกันแน่น พบในถั่ว เม็ดธัญพืช ไข่ เนื้อ
สังกะสี - พบในเนยแข็ง ข้าวซ้อมมือ ปลาซาร์ดีน และขนมปังข้าวไรย์
ซีลีเนียม - พบในเนยแข็ง Cheddar กุ้ง แครอท
สำหรับวิธีการสระผมที่ถูกต้องนั้น มีขั้นตอนคือ
1. ปล่อยให้ผมสยายลงมาตามธรรมชาติขณะสระผม นั่นคือสระผมในท่ายืนสระใต้ฝักบัว หรือก้มสระในอ่างอาบน้ำ
2. ใช้น้ำอุ่นชะล้างเส้นผมก่อนที่จะลงแชมพู
3. เอาแชมพูใส่ฝ่ามือ กะปริมาณแชมพูให้พอเกิดฟองได้หมดทั้งศีรษะ
4. ฟอกเส้นผมและหนังศีรษะด้วยแชมพู เริ่มที่หนังศีรษะก่อนใช้ปลายนิ้วนวดหนังศีรษะเบาๆ อย่าเกาหนังศีรษะหรือขยี้แรงๆ
5. ใช้น้ำสะอาดล้างแชมพูออก โดยใช้นิ้วมือล้างแชมพูออกตั้งแต่โคนเส้นผมไปสู่ปลายเส้นผม ห้ามขยี้แรงๆ เพราะเส้นผมจะได้รับอันตรายจากแรงเสียดสี
สำหรับการใช้ครีมนวดผมนั้น มีขั้นตอนดังนี้
1. สระผมล้างแชมพูออกอย่างหมดจด อย่าให้มีฟองแชมพูตกค้าง
2. เทครีมนวดผมใส่ฝ่ามือ
3. ฟอกครีมนวดผมกับเส้นผม ใช้ปลายนิ้วลูบไล้ครีมนวดผมให้ทั่วเส้นผมแล้วทิ้งไว้ 1-2 นาที
4. ล้างครีมนวดผมออก โดยให้น้ำชะล้างครีมนวดผมตั้งแต่โคนไปสู่ปลายเส้นผม ห้ามขยี้เส้นผมขณะผมเปียก
สำหรับการเช็ดผมให้แห้ง มีขั้นตอนคือ
1. ใช้ผ้าขนหนูสะอาด ที่แห้งสนิท ซับเส้นผมที่เปียกน้ำ
2. ในขณะที่ผมยังชื้นอยู่ ใช้แปรงหรือหวีสางผมที่พันกันหรือยุ่งเหยิง โดยแปรงเบาๆ จากปลายเส้นผม และค่อยๆ สูงขึ้นไปสู่โคนเส้นผม
3. ใช้มูสหรือเจลตามที่ชอบ แต่อย่าใช้มากเกินไป
4. ควรปล่อยให้เส้นผมแห้งสนิทตามธรรมชาติ
5. หากมีเวลาจำกัด ไม่สามารถรอให้ผมแห้งตามธรรมชาติได้ ก็ต้องใช้เครื่องเป่าผม โดยใช้เครื่องเป่าผมเมื่อซับผมด้วยผ้าขนหนูก่อน
6. ควรใช้ความร้อนและความแรงของเครื่องเป่าที่สปีดต่ำสุด
7. การเป่าผมต้องเคลื่อนไหวไปทั่วศีรษะ อย่าจ่อเป่าให้แห้งทีละจุดๆ เพราะจะทำให้ เส้นผมและหนังศีรษะเกิดอันตราย
เส้นผมของคุณจะแลดูสวยเป็นเงางามก็ต่อเมื่อได้รับการดูแลบำรุงรักษาทุกวัน ร่วมไปกับการกินอาหารที่ดีและออกกำลังกายอย่างเหมาะสม รวมถึงพยายามลดความเครียดลงด้วย เพราะความเครียดทำให้ผมหลุดร่วงได้
ส่วนวิธีปฏิบัติเพื่อให้เส้นผมไม่แตกหักง่ายและดูเงางามอ่อนนุ่มสลวยอยู่เสมอมีดังนี้
1 หวีและแปรงผมให้น้อยลง ความเชื่อที่ว่าควรแปรงผมวันละ 100 ครั้ง นั้นเป็นความเชื่อ ที่ผิด และไม่ควรใช้หวีหรือแปรงที่มีขนแหลมคม หรือที่ทำจากโลหะหรือพลาสติก ควรใช้หวีที่ทำจากขนสัตว์ธรรมชาติ
2. ไม่ควรแปรงผมย้อนไปด้านหลังหรือยีผมแรงๆ (ควรหวีผมตามแนวเส้นผม)
3. ไม่รัดผมให้แน่นหรือถักเปียแน่นจนเกินไปนัก รวมทั้งการสวมหมวกที่คับเกินไป หรือพันผ้าคาดศีรษะจนแน่น
4. ควรใช้แชมพูอ่อนๆ สระผม หลังสระควรใช้ครีมนวดหรือครีมปรับสภาพเส้นผม และไม่ควรสระผมและเป่าผมให้แห้งบ่อยครั้งเกินไป
5. เล็มปลายเส้นผมที่แตกปลายทิ้ง
นอกจากนี้ยังพบว่าสารเคมีเป็นสาเหตุที่ทำให้เส้นผมหักได้บ่อยที่สุด เพราะเมื่อชั้นนอกสุดของเส้นผมถูกสารเคมีอยู่เป็นประจำ ไม่ว่าจะจากยาย้อมผม ยากัดสีผม ยาดัดผม หรือยาเหยียดผม ยายืดผมตรง สารเคมีในตัวยาเหล่านี้จะทำให้เส้นผมแห้งและแข็งกระด้าง จึงควรใช้น้ำยา เหล่านี้เมื่อจำเป็นและไม่ควรใช้บ่อยครั้ง
http://variety.teenee.com/foodforbrain/2215.html
ถนอมเล็บ...ให้สวยนาน
ถนอมเล็บ...ให้สวยนาน
“เล็บ” เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยเสริมบุคลิกภาพได้ไม่แพ้ส่วนอื่นๆ ในร่างกาย ลองจินตนาการดูว่า หากคุณเป็นผู้ที่มีใบหน้างดงาม หรือหล่อเหลา แต่เมื่อพิจารณาที่เล็บมือ หรือเล็บเท้า กลับพบว่ามีเล็บดำสกปรก หรือเล็บมีรูปร่างแปลกๆ ผิวขรุขระผิดปกติ ความรู้สึกชื่นชมที่จะได้จากคนรอบข้าง ก็คงลดลงไปอย่างแน่นอน ดังนั้น การดูแลเล็บให้สวยงาม จึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม
จริงๆ แล้ว ทุกคนสามารถมีเล็บที่สวยงามได้ โดยไม่จำเป็นต้องมีการตกแต่งแต้มสีเลย เพราะในทางการแพทย์ถือว่า เล็บสวยหรือเล็บงาม หมายถึง เล็บที่สะอาด แข็งแรง และมีสุขภาพดี นั่นคือ ลักษณะของเล็บจะต้องไม่มีร่อง ไม่มีสีสัน ไม่มีหลุม และไม่มีสีที่ผิดแปลกไปจากปกตินั่นเอง
แม้ว่าตามธรรมชาติ เล็บจะเป็นอวัยวะที่มีความแข็งแรงมาก เพื่อไว้คอยเป็นเกราะกำบังนิ้วมือ และนิ้วเท้า จากอันตรายต่างๆ แต่ก็จำเป็นต้องได้รับการดูแลทะนุถนอมอย่างถูกต้องเช่นเดียวกับผิวหนังทั่วๆ ไป วิธีการดูแลเล็บให้สวยทำได้ไม่ยาก ถ้ามีความตั้งใจและเอาใจใส่อย่างจริงจัง ซึ่งการดูแลรักษาเล็บให้สวยคู่มือและเท้าไปอีกนาน ควรปฏิบัติดังนี้
จริงๆ แล้ว ทุกคนสามารถมีเล็บที่สวยงามได้ โดยไม่จำเป็นต้องมีการตกแต่งแต้มสีเลย เพราะในทางการแพทย์ถือว่า เล็บสวยหรือเล็บงาม หมายถึง เล็บที่สะอาด แข็งแรง และมีสุขภาพดี นั่นคือ ลักษณะของเล็บจะต้องไม่มีร่อง ไม่มีสีสัน ไม่มีหลุม และไม่มีสีที่ผิดแปลกไปจากปกตินั่นเอง
แม้ว่าตามธรรมชาติ เล็บจะเป็นอวัยวะที่มีความแข็งแรงมาก เพื่อไว้คอยเป็นเกราะกำบังนิ้วมือ และนิ้วเท้า จากอันตรายต่างๆ แต่ก็จำเป็นต้องได้รับการดูแลทะนุถนอมอย่างถูกต้องเช่นเดียวกับผิวหนังทั่วๆ ไป วิธีการดูแลเล็บให้สวยทำได้ไม่ยาก ถ้ามีความตั้งใจและเอาใจใส่อย่างจริงจัง ซึ่งการดูแลรักษาเล็บให้สวยคู่มือและเท้าไปอีกนาน ควรปฏิบัติดังนี้
* ไม่ควรใช้น้ำยาทาเล็บ หรือน้ำยาล้างเล็บบ่อยจนเกินไป เพราะนอกจากจะทำให้เล็บเสียได้แล้ว ผิวหนังที่อยู่ข้างเคียงอาจเกิดการอักเสบได้ ส่วนในรายที่มีอาการแพ้สีทาเล็บ ถ้ายังอยากทาเล็บอยู่ ควรไปปรึกษาแพทย์ผิวหนัง เพื่อรับการทดสอบว่าแพ้สารตัวใดในยาทาเล็บ เพราะจะได้สามารถเลือกยาทาเล็บที่ไม่มีสารตัวนั้น
* พยายามหลีกเลี่ยงการรบกวนผิวหนังที่หุ้มโคนเล็บ เพราะหากหนังหุ้มโคนเล็บแข็งแรง เรียบสวย และไม่ฉีกขาดง่าย ก็จะดูว่าเล็บสวยไปด้วย ซึ่งสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง อาทิ ไม่ทำเล็บบ่อยเกินไป, ไม่ใช้เครื่องมือแข็งๆ เขี่ยหรือขลิบหนังหุ้มโคนเล็บออก เนื่องจากหนังหุ้มโคนเล็บ เป็นตัวป้องกันเชื้อโรคไม่ให้เข้าไปสู่จมูกเล็บ และเนื้อเยื่อรอบๆ เล็บ
* ก่อนการตัดแต่งเล็บ ควรแช่มือและเท้าไว้ในน้ำอุ่นสัก 10 นาที เพื่อให้เล็บอ่อนลงทำให้ตัดแต่งได้ง่าย ส่วนการตัดเล็บโดยเฉพาะเล็บเท้าให้ตัดเป็นแนวตรง และไม่ตัดจนสั้นเกินไป เพื่อป้องกันปัญหาเล็บขบ ซึ่งเป็นปัญหาที่สร้างความทุกข์ทรมานให้ไม่น้อย
* เล็บก็ไม่ต่างกับผิวหนังที่อาจแห้งได้ ดังนั้น ควรดูแลอย่าให้เล็บแห้งเกินไป เพื่อป้องกันเล็บเปราะและแตกหักง่าย ด้วยการแช่มือและเท้าในน้ำอุ่น ประมาณ 10 นาที แล้วทาครีมให้ความชุ่มชื้นทั้งมือและเท้า
* ในการถนอมเล็บ พฤติกรรมต่อไปนี้เป็นสิ่งที่ไม่ควรปฏิบัติอย่างยิ่ง
- การใช้เล็บแทนเครื่องมือบางชนิด เช่น ใช้เล็บหมุนไขแทนไขควง ใช้เล็บเป็นที่เปิดฝากระป๋อง ใช้เล็บหมุนโทรศัพท์ ใช้เล็บงัดแงะอะไรต่อมิอะไร เป็นต้น ซึ่งจะทำให้เล็บฉีกขาดหรือแตกหักได้
- การใช้ปลายเล็บหยิบจับ ควานหา หรือโกยสิ่งของ โดยเฉพาะสิ่งที่วางอยู่บนพื้น ซึ่งจะทำให้เล็บหักได้ง่าย
- ไม่สวมถุงมือเมื่อต้องทำกิจกรรม ซึ่งอาจเป็นผลเสียต่อเล็บได้ เช่น การสัมผัสกับสารเคมีต่างๆ เช่น การใช้น้ำยาทำความสะอาดชนิดต่างๆ ซึ่งถ้าปล่อยให้เล็บสัมผัสกับสารเคมีโดยตรง อาจทำให้เล็บเปราะหรือเสียได้ รวมทั้งผิวหนังข้างเล็บอาจเกิดการระคายเคืองจนอักเสบและติดเชื้อได้เช่นกัน นอกจากนั้น การทำสวน ขุดดิน หรือโกยดินด้วยมือเปล่า อาจทำให้เล็บกระทบกระแทกกับของแข็งต่างๆ หรือเศษฝุ่นดินอาจแทรกเข้าไปอยู่ในซอกเล็บ ซึ่งยากแก่การทำความสะอาด เป็นต้น
* ในการทำความสะอาดเล็บ หรือตัดแต่งเล็บ ควรใช้เครื่องมือที่สะอาด โดยเฉพาะการทำเล็บตามร้านเสริมสวยทั่วๆ ไป ควรเลือกร้านที่ดูว่าเครื่องไม้เครื่องมือสะอาดเพียงพอ เพื่อป้องกันปัญหาติดเชื้อที่อาจตามมาได้
* พยายามหลีกเลี่ยงไม่ให้มือและเท้าต้องถูกน้ำบ่อยๆ หรือแช่น้ำอยู่เป็นเวลานาน เนื่องจากจะทำให้ผิวหนังมีสภาพที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของเชื้อยีสต์ และเชื้อแบคทีเรีย โดยเฉพาะเชื้อรา ซึ่งปัญหาเชื้อราที่เล็บเป็นปัญหาที่พบได้บ่อย และคนทั่วไปมักนึกถึงเป็นอันดับแรกๆ ของโรคที่เกี่ยวกับเล็บ ดังนั้น หากเล็บของคุณมีสีเขียวอมเหลือง แม้จะมีการตัด หรือตะไบให้เรียบร้อยแล้วก็ตาม อาจแสดงว่าเริ่มมีการติดเชื้อราที่เล็บแล้ว ควรรีบปรึกษาแพทย์ผิวหนังโดยเร็ว เพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาอย่างถูกต้อง ก่อนที่เชื้อราจะกินเนื้อเล็บจนขยายตัวมากยิ่งขึ้นและยากต่อการรักษา เช่น เชื้อราทำลายผิวเล็บจนเล็บเปลี่ยนสีเป็นสีเหลือง น้ำตาล ขาวขุ่นเป็นหย่อมๆ ผิวเล็บไม่เรียบตรงแต่ขรุขระหรือยุ่ย เล็บแยกจากหนังใต้เล็บ เป็นต้น โดยในการรักษาแพทย์จะพิจารณาตามความมากน้อยของอาการ ซึ่งมีตั้งแต่ยารับประทาน ยาทา จนถึงการถอดเล็บ
เล็บ เป็นอวัยวะที่จัดว่าเป็นส่วนหนึ่งของผิวหนัง ซึ่งคนมักจะมองข้ามความสำคัญและคุณค่าที่แท้จริง แต่เมื่อใดที่ปราศจากเล็บ หรือเกิดปัญหาขึ้นกับเล็บแล้วนั่นแหละ จึงจะนึกถึงความสำคัญของเล็บขึ้นมาได้ ดังนั้น การถนอมเล็บให้สวยอยู่เสมอ จึงเป็นความจำเป็นที่ไม่ควรมองข้าม และต้องเอาใจใส่เฉกเช่นเดียวกับการดูแลส่วนอื่นๆ ของร่างกายค่ะ
http://women.thaiza.com/detail_9124.html
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)